Quan Zhi Gao Shou

[QZGS][AU][SF] 11.02 [YuHuang]

Fandom : Quan Zhi Gao Shou

Pairing : Yu wen zhou x Huang shao tian

Rated : PG

Alternative Universe : มหาวิทยาลัย

ตอนก่อนหน้า [QZGS][AU][SF] 11.01 [YuHuang]

====================================================================

ณ ขณะนี้ ได้เวลา 11.02 น. อวี้เหวินโจว นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คลิกเข้าดูเว็บสำนักทะเบียนอย่างไม่รีบร้อน เพื่อดูว่ามีกระบวนวิชาไหนที่เขาสามารถลงได้

 

 

เขาลงติดแค่วิชาเดียว…

 

 

อวี้เหวินโจวยิ้มแห้งๆ คิดว่าสมควรแล้วเพราะแต่ละตัวที่เขาเลือกลงเป็นตัวที่เพื่อนในคณะของเขาต่างก็เลือกลงกันทั้งนั้น สุดท้ายเลยต้องมาแก่งแย่งกันประการฉะนี้

 

แต่เขาไม่ซีเรียส เพราะวิชาที่ลงไม่ติดล้วนแอดมือได้ทั้งนั้น ส่วนวิชาที่เขาลงติด อวี้เหวินโจวแปลกใจ เขานึกว่าจะมีคนอยากเรียนมากกว่านี้ซะอีก

 

อวี้เหวินโจวทักไปถามเพื่อนๆก็ได้คำตอบมาว่า พวกเขาขี้เกียจเดินทางไปมา เพราะวิชานี้เรียนวันอังคารและศุกร์ และหลักสูตรใหม่ได้ย้ายตัวคณะมาเริ่มเรียนตั้งแต่ปีหนึ่ง ทำให้วันศุกร์พวกเขาต้องมีเรียนตัวคณะตอนบ่าย กว่าจะเลิกวิชานี้ก็ตอนเที่ยงครึ่ง กลัวจะไปเรียนต่อที่คณะไม่ทัน เลยเลือกที่จะไม่ลงกัน

 

ตอนเลือกลงเขาก็คิดถึงเรื่องนี้นะ เขาเชื่อว่ายังไงอาจารย์ก็ต้องปล่อยก่อนสิบห้านาทีเผื่อเวลาเดินทางให้นักศึกษาอยู่แล้ว เลยคิดว่าน่าจะทันอยู่

 

เอาเป็นว่ารอดูวันแรกที่เริ่มเรียนละกัน ถ้าไม่ไหวจริงๆค่อยไปดรอปก็ได้

 

 

 

 

11.02 น. อวี้เหวินโจวเปิดดูวิชาอื่นที่ลงไม่ติดพลางถอนหายใจ คงได้ไปแอดมือจริงๆ

 

 

 

 

วันแรกที่เริ่มเรียน อวี้เหวินโจวมาก่อนเวลาสิบนาที เพราะเขาไม่มีเรียนก่อนหน้า สำหรับเขา ตารางเรียนเทอมสองสบายกว่าเทอมหนึ่งมากเลย ถ้าจัดดีๆก็ได้หยุดทั้งวันไว้อ่านหนังสือได้เลย เขาเข้ามานั่งแถวตรงกลางห้อง เปิดแทบเล็ตเล่นเกมที่เพื่อนส่งมาให้ฆ่าเวลา

 

 

11.02 น. มีเด็กคณะหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาในห้อง นั่งเก้าอี้เลคเชอร์ริมทางเดิน ถัดจากเขาไป 3 ตัว

 

แฟ้มคณะที่ถือมาด้วยบ่งบอกตัวตนของอีกฝ่ายได้ชัดเจน หวงเส้าเทียน 108 ทั้งชื่อทั้งรหัสก็เขียนติดไว้บนนั้น อวี้เหวินโจวเห็นแค่ครั้งเดียวก็จำได้เลย

 

 

 

ก็หวงเส้าเทียนสะดุดตาเขามาก …

 

 

 

เขาสลัดความคิดนี้ทิ้ง พอดีกับอาจารย์ที่เดินเข้ามา อวี้เหวินโจวตั้งใจฟังที่อาจารย์พูดชี้แจงกระบวนวิชา มีการปรับเปลี่ยนวิธีตัดเกรด

 

 

 

“แต่มีงานคู่นะครับ รายละเอียดก็มีดังนี้….”

 

 

 

อวี้เหวินโจวถอนหายใจ สงสัยงานคู่ชิ้นนี้คงได้กลายเป็นงานเดี่ยว เพราะไม่มีคนรู้จักของเขามาลงวิชานี้ด้วยกันเลยสักคน และเขาก็ไม่ใช่คนประเภทที่ชอบไปสุงสิงกับคนอื่นมากสักเท่าไหร่ ยังดีที่งานไม่ได้ยาก จึงพอที่จะสามารถทำคนเดียวได้

 

 

แล้วอาจารย์ก็เลิกก่อนเวลา เป็นลางดีแก่เขาที่มีเรียนต่อที่คณะในวันศุกร์ หากอาจารย์ปล่อยเร็ว เขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องรีบร้อนเพื่อไปให้ทันเรียนตอนบ่าย

 

 

 

 

11.02 น. การเรียนวันที่สอง อาจารย์สอนเพียงนิดๆหน่อยๆ แต่อวี้เหวินโจวก็ตั้งใจเรียน ส่วนหนึ่งก็เพราะสนใจในตัววิชา อีกส่วนก็เป็นเพราะนิสัยของเขาอยู่แล้ว เขาเห็นหวงเส้าเทียนนั่งเก้าอี้เลคเชอร์ริมทางเดิน ถัดจากเขาไป 3 ตัวเหมือนวันแรก

 

นึกแล้วก็ขำดี เขาเตรียมพร้อมโหลดสไลด์มาอ่านล่วงหน้า แต่อีกฝ่ายมีเพียงแค่แฟ้มคณะและปากกาน้ำเงินหนึ่งด้ามมาเรียน

 

 

อาจารย์ปล่อยก่อนเวลา อวี้เหวินโจวไปเรียนต่อตอนบ่ายที่คณะทันแน่นอน เขาจึงไม่คิดจะดรอป

 

 

 

 

11.02 น. สัปดาห์ต่อมา หมดเวลาแอด-ดรอป อวี้เหวินโจวมาลงตัวนี้แค่คนเดียวในคณะ ก่อนหน้านี้เขาชวนเพื่อนมาลงด้วยกันอีกครั้ง แต่เพื่อนไปยื่นใบแอดมือไม่ทัน ก็เลยไม่สามารถมาลงวิชานี้กับเขาได้

 

 

 

11.02 น. สองสัปดาห์ผ่านไป เขาเริ่มทำงานคู่ที่อาจารย์สั่ง เพราะไม่อยากดองงานไว้ทำทีเดียวก่อนส่ง อวี้เหวินโจวยังมีงานกลุ่มของตัวคณะอีกเยอะ

 

 

 

 

11.02 น. แล้วก็ถึงสัปดาห์ที่สาม อาจารย์ประกาศงดเซคลงในกลุ่ม เมื่อเขาเห็นข้อความก็ตรงกับจังหวะที่ถูกใครสักคนเรียก

 

 

“นาย !”

 

 

อวี้เหวินโจวเงยหน้าจากจอแทบเล็ตพบว่า เป็นหวงเส้าเทียนที่เรียกเขา ในห้องตอนนี้มีนักศึกษามาถึงเพียงไม่กี่คน

 

 

“วันนี้งดเซค อาจารย์เพิ่งโพสลงในกลุ่มเมื่อกี้นี้เอง เพราะฉะนั้นนายจะกลับเลยก็ได้ วันนี้ไม่มีเรียนแล้ว ไม่ต้องนั่งรออาจารย์หรอก ถึงรอไปอาจารย์ก็ไม่มา”

 

 

หืม ? บอกกับเขาเหรอ อวี้เหวินโจวแปลกใจ นั่งแถวเดียวกันมา 3 อาทิตย์แล้ว พวกเขายังไม่เคยคุยกันแม้แต่น้อย แต่อวี้เหวินโจวก็สัมผัสได้ว่าพวกเขามีอะไรบางอย่างที่คล้ายกัน

 

 

นั่นคือ มาลงวิชานี้แค่ตัวคนเดียว

 

และไม่มีเพื่อนมาลงด้วย

 

 

“อืม ขอบคุณ”

 

 

เขาตอบกลับไป ไม่ได้หักหน้าและน้ำใจที่หวงเส้าเทียนเอาเรื่องนี้มาบอกให้ พลางคิดว่าถ้าได้มาเป็นเพื่อนกันก็คงจะดี ระหว่างเรียนวิชานี้ หากมีอะไรก็สามารถช่วยเหลือกันได้

 

 

 

 

10 นาทีก่อนเวลา 11.02 น. วันศุกร์ในสัปดาห์ที่สาม อวี้เหวินโจวเห็นประตูลิฟต์กำลังจะปิด จึงรีบบอก

 

 

“รอด้วยครับ”

 

 

คนข้างในได้ยินเสียงที่เขาพูด จึงกดปุ่ม พอประตูลิฟต์เปิดออกมา ไม่ใช่ใครอื่น หวงเส้าเทียนนั่นเอง เขารีบเดินเข้าไปและกดปิด

 

 

 

ในลิฟต์ตอนนี้มีพวกเขาแค่สองคน ..

 

 

บรรยากาศน่าอึดอัดเกินไป หวงเส้าเทียนก็เคยพูดกับเขามาแล้ว อวี้เหวินโจวคิดว่าอย่างน้อยควรทักทายอีกฝ่ายตามมารยาท

 

 

ตัวเลขค่อยๆขยับขึ้นจาก 1 เป็น 2

 

 

 

“สวัสดี” อวี้เหวินโจวทักทายด้วยรอยยิ้ม

 

 

 

จาก 2 เป็น 3

 

 

 

“สวัสดี นั่งแถวเดียวกันมาตั้งนาน แต่ยังไม่ได้แนะนำตัวเลย ฉันชื่อ หวงเส้าเทียน นายชื่ออะไร ?” อีกฝ่ายถามกลับ

 

 

จริงด้วย อวี้เหวินโจวลืมไปเลย เขาเองก็ยังไม่เคยแนะนำตัวเช่นกัน แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือตัวเขาไม่มีป้ายคณะห้อยคอ ถ้ามองผ่านๆไม่ได้คุยกันหวงเส้าเทียนจะไปรู้จักเขาได้ยังไง

 

 

 

ประตูลิฟต์เปิดออก

 

 

 

“อวี้เหวินโจว”

 

 

 

เขาตอบกลับไป หวงเส้าเทียนไม่ได้ถามอะไรต่อ แล้วพวกเขาก็เดินเข้าห้องเรียนไปพร้อมๆกัน อวี้เหวินโจวนั่งที่ประจำของเขา ส่วนหวงเส้าเทียนก็นั่งติดทางเดิน ห่างจากเขาไป 3 เก้าอี้เลคเชอร์เหมือนเดิม

 

 

 

 

11.02 น. เปิดเทอมสองได้หนึ่งเดือนแล้ว ถึงเวลาเริ่มเรียนแล้วแต่อาจารย์ยังไม่เข้าสอน คงสไตล์เดิม เข้าช้า เลิกเร็ว เป็นอะไรที่นักศึกษาหลายคนชอบ แต่ส่วนตัวเขานั้นชอบตรงที่อาจารย์สอนสนุกมากกว่าตรงจุดนี้ อธิบายเนื้อหาชัดเจนพร้อมยกตัวอย่างจากประสบการณ์ตรง

 

เขาเปิดเฟซบุ๊ก ระหว่างที่เลื่อนดูหน้า New Feed ก็เจอกับ People You May Know

 

 

 

Huang Shaotian

 

‘คนอะไรใช้คอร์กี้เป็นรูปโปรไฟล์เนี่ย…’

 

 

 

อวี้เหวินโจวเกือบหลุดขำ เขาคลิกเข้าไปก็พบว่าที่หวงเส้าเทียนใช้รูปคอร์กี้เป็นรูปโปรไฟล์เพราะอีกฝ่ายถูกเพื่อนท้าให้ใช้รูปนี้ตลอดทั้งเทอมนั่นเอง

 

พลันนึกถึงรูปโปรไฟล์ของเขาที่ยังเป็นรูปปลา ที่เขาใช้รูปนี้เพราะช่วงหนึ่ง ตอนที่ถ่ายรูปคู่กับเลขรหัสเขาถูกคนแอดมาเยอะมาก จนต้องเปลี่ยนรูปหนี เขาเป็นคนจำพวกรับแอดเฉพาะคนรู้จักเท่านั้น

 

 

แต่ถ้าหวงเส้าเทียนแอดเขามา อวี้เหวินโจวก็จะรับแอดนะ …

 

 

เขายังคงส่องดูเฟซบุ๊กของหวงเส้าเทียนต่อไป อีกฝ่ายตั้งค่ารูปภาพหรือสเตตัสเป็น Public หมดเลย แต่ละโพสจะต้องมีคำว่า see more ให้กดอ่านเพิ่ม ไม่มีโพสไหนสั้นกว่า 10 บรรทัดเลย

 

 

และทุกโพสก็จะมีเพื่อนมาคอมเม้นต์ว่า

 

 

‘ยาวไป ไม่อ่าน’

 

 

แต่หวงเส้าเทียนก็ไม่สนใจ ตอบคอมเม้นต์ให้ต้องกดอ่าน see more อยู่ดี

 

 

 

อาจารย์มาถึงแล้วกำลังจะเริ่มสอน อวี้เหวินโจวปิดเฟซบุ๊ก สลับไปยังแอปพลิเคชันจดบันทึก พร้อมที่จะเรียนในส่วนของวันนี้

 

 

 

 

11.02 น. อีกสามสัปดาห์จะสอบ อาจารย์พูดถึงงานคู่ อวี้เหวินโจวทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว จริงๆเขาจะส่งเลยก็ได้ แต่เขานึกถึงหวงเส้าเทียน เลยหันไปสบตากับอีกฝ่าย

 

 

“งานคู่ชิ้นนี้ที่อาจารย์สั่ง ไหนๆก็ไหนๆแล้ว พวกเรามาคู่กันมั้ยนาย ?”

 

 

หวงเส้าเทียนชวนมาคู่กัน เขาจึงบอกความจริงไป

 

 

“ได้ ขอชื่อและรหัสของนายหน่อยสิ อันที่จริงฉันทำงานนี้เสร็จตั้งแต่ช่วงสัปดาห์แรกๆที่อาจารย์สั่งงานแล้ว เดี๋ยวใส่ชื่อนายให้”

 

 

“เห้ย ! จะดีเหรอ แบบนี้ไม่ได้กลายเป็นว่าฉันกินแรงนายหรอกรึ ? ฉันก็ไม่ได้ช่วยทำอะไรเลย แถมยังได้คะแนนไปฟรีๆอีก”

 

 

หวงเส้าเทียนเป็นคนดีอย่างที่เขาคิดไว้เลย ถึงจะดูพูดมากไปหน่อยแต่ก็พร้อมจะทำงาน นี่ทำให้เขายิ่งอยากคู่ด้วย

 

 

“ไม่เป็นไร ฉันก็ไม่ได้เสียประโยชน์อะไรนะ ถึงจะไม่มีชื่อนายอยู่ด้วย ฉันก็ทำคนเดียวจนเสร็จไปแล้วอยู่ดี”

 

 

เขาพูดจนหวงเส้าเทียนเขียนชื่อและรหัสนักศึกษาลงในใบลงชื่อเลือกหัวข้อ อวี้เหวินโจวมองปราดเดียวก็สามารถจำได้ทั้งหมด เพราะทุกๆครั้งที่มาเรียนเขาก็เห็นชื่อกับเลขรหัสท้ายของอีกฝ่ายเป็นประจำอยู่แล้ว

 

 

“งั้นวันหลังฉันพานายไปเลี้ยงอะไรอร่อยๆตอบแทนละกัน สำหรับงานคู่ชิ้นนี้”

 

“อื้ม จะรอนะ”

 

 

อวี้เหวินโจวหัวเราะ ไม่ได้คิดอะไรมาก จะเลี้ยงก็ได้ ไม่เลี้ยงก็ได้ เพราะเขาก็ไม่รู้ว่าจะมีวันที่ว่างตรงกันบ้างหรือเปล่า

 

 

 

 

11.02 น. เหลือเวลาอีกสองอาทิตย์ อวี้เหวินโจวคิดว่าพวกเขาน่าจะสนิทกันได้มากขึ้น จึงเว้นระยะห่างลดลง จากปกติจะห่างกัน 3 เก้าอี้เลคเชอร์

 

ตอนนี้เหลือเพียง 2 เก้าอี้เลคเชอร์

 

 

 

 

11.02 น. สัปดาห์หน้าจะสอบมิดเทอม อาจารย์สอนเสร็จแล้วเลยงดเซคให้ไปอ่านหนังสือ อวี้เหวินโจวขอทุ่มเทให้ตัวคณะก่อน คิดว่าพอสอบตัวคณะเสร็จค่อยมาอ่านวิชานี้ก็ยังทัน

 

 

 

11.02 น. เขาอ่านทบทวนรอที่หน้าห้องสอบ แม้ปกติจะจดลงแทบเล็ตเพราะความสะดวก แต่ยังไงเขาก็ชอบกระดาษ จึงทำสรุปลงบนสมุดบันทึกอีกที หวงเส้าเทียนมาถึงหน้าห้องสอบก่อนเวลาเหมือนกับเขา

 

 

“สวัสดี กำลังอ่านวิชานี้อยู่ใช่มั้ย ใกล้จะถึงเวลาสอบแล้วนี่เนอะ ยังดีที่ตึกสอบเป็นตึกเดียวกับตึกที่เรียน” หวงเส้าเทียนทักทาย

 

“อื้อ สวัสดี มาทบทวนก่อนสอบด้วยกันมั้ย ?” อวี้เหวินโจวชักชวน

 

 

“มาๆ ได้เลย ฉันเตรียมตัวมาพร้อมแล้ว ผลัดกันถามตอบเอาละกัน” อีกฝ่ายหยิบชีทสไลด์ที่ปริ๊นต์ขึ้นมาอ่าน และไปนั่งเก้าอี้เลคเชอร์อีกตัวที่ยังว่าง

 

 

อวี้เหวินโจวพูดคุยเนื้อหาและถามตอบกับหวงเส้าเทียน หวงเส้าเทียนสามารถตอบสิ่งที่มีอยู่ในสไลด์ได้หมด แต่พอเขาเริ่มถามคำถามที่ไม่มีในสไลด์ หวงเส้าเทียนก็เริ่มตอบไม่ได้ เขาจึงจับจุดได้ว่าหวงเส้าเทียนไม่ค่อยได้ตั้งใจเวลาเรียนในห้อง ซึ่งเป็นความจริง บางครั้งเขาก็จะเห็นอีกฝ่ายเล่นมือถือบ้าง หลับบ้าง จึงช่วยเน้นย้ำในจุดนี้ให้

 

 

ได้เวลาเข้าห้องสอบ อาจารย์คุมสอบออกมาเรียกพวกเขา

 

 

 

“ขอให้โชคดี เก็ทเอนะ สู้ๆ” อวี้เหวินโจวกล่าว

 

“โชคดี ไม่สิ โชคเอๆ นายก็เช่นกัน แน่จริงเอาให้ได้ท็อปเซคเลย สู้ๆ” หวงเส้าเทียนแซวเล่น

 

 

“ได้” เขาตอบกลับไป

 

“ฮ่าๆ ฉันจะรอดู”

 

 

อวี้เหวินโจวพูดเล่นไปอย่างนั้น เขาไม่คิดจะเอาท็อปเซคจริงจังหรอก เพราะเขาไม่ได้มาลงเพื่อหวังเกรด มาลงเพราะอยากเรียนจริงๆ แต่ยังไงเขาก็จะทำข้อสอบให้เต็มความสามารถ

 

 

หวงเส้าเทียนอุตส่าห์อวยพรเขาทั้งที ..

 

 

อวี้เหวินโจวทำข้อสอบเสร็จหลังจากที่เห็นหวงเส้าเทียนลุกไปส่งกระดาษคำตอบ เขาตรวจทานอีกรอบก่อนจะลุกไปส่งและกลับไปหอสมุด อ่านเตรียมตัวสำหรับวิชาต่อไป

 

 

 

 

 

11.02 น. วันแรกของการเรียนหลังมิดเทอม อวี้เหวินโจวเห็นหวงเส้าเทียนเข้ามาในห้อง เขายิ้มทักทาย ครั้งนี้หวงเส้าเทียนไม่ได้นั่งติดริมทางเดินเหมือนครึ่งเทอมแรก คนข้างๆเขยิบมานั่งใกล้กับเขามากขึ้น

 

 

มีเพียงแค่เก้าอี้เลคเชอร์ 1 ตัวคั่นกลางระหว่างพวกเขา

 

 

 

11.02 น. วันที่สองหลังจากสอบมิดเทอม ประกาศคะแนนสอบ

 

 

อวี้เหวินโจวได้ท็อปเซค

 

 

 

“เชี่ย นายนี่มันคนจริงโว้ย ฉันก็นึกว่านายจะแค่พูดเล่น แต่ได้ท็อปเซคกลับมาจริงๆ”

 

 

หวงเส้าเทียนแซวเขา อวี้เหวินโจวเพียงแค่ยิ้มให้ เขารู้จักวิธีวางตัว เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้ท็อป แต่ที่พูดไว้ก่อนสอบนี้เขาพูดเล่นนะ ไม่คิดว่าจะได้จริง เพราะวิชานี้ก็มีรุ่นพี่มาลง สงสัยคงเป็นเพราะโชคด้วยละมั้ง เขาคิดในใจ

 

 

 

 

11.02 น. วันนี้เลิกเรียนเร็วกว่าปกติ จู่ๆหวงเส้าเทียนก็ชวนเขาไปกินข้าวด้วยกัน

 

 

“นาย เที่ยงนี้ว่างมั้ย ไปกินข้าวด้วยกันหรือเปล่า โรงอาหารคณะนี้ไก่ทอดอร่อยมากๆ ใช่ๆ ฉันยังติดเลี้ยงข้าวนายอยู่เลย”

 

 

อวี้เหวินโจวแปลกใจ เขาถามกลับพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้น

 

 

“กินกับนาย แค่สองคนเหรอ ?”

 

 

หากต้องไปกินกับเพื่อนของหวงเส้าเทียนด้วย เขาคงไม่สะดวกใจเท่าไหร่

 

 

 

“อ่า ใช่ๆ แต่ถ้าไม่สะดวกเอาวันอื่นก็ได้ เอาตามที่นายว่า”

 

“ได้สิ วันนี้ฉันว่าง”

 

 

เขาตอบทันที จริงๆปกติวันอังคารเขาจะไปกินข้าวกับเพื่อนคณะด้วยกัน แต่ถูกหวงเส้าเทียนชวนมาอย่างนี้เขาก็พร้อมจะเทเพื่อน

 

 

 

เป็นครั้งแรกที่จะได้กินข้าวร่วมโต๊ะกันกับหวงเส้าเทียนนี่นา !

 

 

 

ซึ่งมื้อนี้ก็เป็นมื้อที่เรียบง่ายไม่มีอะไรมากหรอก ส่วนใหญ่เขาเป็นผู้ฟัง หวงเส้าเทียนฝอยเรื่องต่างๆสัพเพเหระ การกินข้าวกับคนๆนี้ไม่มีบรรยากาศอึดอัดแม้แต่น้อย

 

 

 

ถ้ามีโอกาสก็อยากไปกินข้าวด้วยกันอีกจัง ..

 

 

 

 

11.02 น. พวกเขานั่งติดกัน .. เพราะอวี้เหวินโจวไม่ได้เว้นระยะที่นั่งตรงเก้าอี้เลคเชอร์แล้ว

 

 

 

เขาขยับเข้าใกล้หวงเส้าเทียนมากขึ้น

 

 

และหวงเส้าเทียนก็ไม่ได้ขยับหนีเขา

 

 

 

 

“นาย วันนี้ไปกินข้าวด้วยกันอีกมั้ย ? มีโรงอาหารใกล้ๆนี้เขาบอกว่าบะหมี่ต้มยำอร่อยมาก”

 

 

หวงเส้าเทียนมาชวนเขาไปกินข้าวด้วยกันอีกครั้ง แต่ถ้าเป็นวันศุกร์เขาคงจะไม่สามารถไปกินข้าวด้วยกันจริงๆ แม้ใจจะอยากไปแค่ไหนก็ตาม

 

 

“ขอบคุณนะ แต่ทุกวันศุกร์ฉันมีเรียนที่คณะของฉัน ต้องเดินทางไกล กลัวจะไปเรียนไม่ทัน”

 

“อ่า อื้ม อย่างงั้นหรอกเหรอ”

 

 

อีกฝ่ายทำหน้าสลดใจ เขายื่นข้อเสนอให้

 

 

“แต่ถ้าเป็นทุกวันอังคารก็ได้นะ”

 

 

หวงเส้าเทียนพลันมีประกายที่แววตา ดูออกง่ายมากเลยว่าดีใจ อวี้เหวินโจวยิ้ม

 

 

อ่า… อยากให้ถึงวันอังคารหน้าเร็วๆจัง

 

 

 

 

11.02 น. อวี้เหวินโจวถึงดูภายนอกจะตั้งใจเรียน แต่ภายในจดจ่อไปกับอาหารมื้อต่อไปแล้ว วันนี้อาจารย์ปล่อยก่อน พร้อมกับแจ้งข่าวว่าจะปิดเซคในอาทิตย์หน้า

 

 

อวี้เหวินโจวตกใจ ไม่คิดว่าอาจารย์จะปิดเซคเร็วขนาดนี้

 

 

 

เขาเสียดายทั้งตัววิชา

 

และโอกาสที่จะได้เจอหวงเส้าเทียน ..

 

 

 

เขาเก็บความรู้สึกนี้ไว้ ได้แต่แสดงสีหน้าเรียบเฉยออกมาตามปกติ

 

 

วันนี้พวกเขาไปกินบะหมี่ต้มยำด้วยกัน อวี้เหวินโจวขอออกเงินในส่วนของเขาเอง เพราะถือว่าหายกันเรียบร้อยในส่วนที่หวงเส้าเทียนเลี้ยงข้าวเขาเพราะเรื่องของงานคู่

 

 

 

 

11.02 น. เขาเห็นหวงเส้าเทียนลูบแขนมาตั้งแต่เข้ามาในห้องเรียน พอฟุบหน้าลงก็ยังลูบแขน ก็เข้าใจได้ว่าเป็นเพราะอุณหภูมิของห้องที่เย็นจนเกินไป จึงถอดเสื้อคาร์ดิแกนมาคุมตัวให้

 

 

ถ้าหวงเส้าเทียนมาเป็นไข้หวัดในฤดูร้อน คงหัวเราะไม่ออก

 

 

ปกติอวี้เหวินโจวเวลาไปเรียนตัวคณะเขาจะใส่เสื้อแขนยาวบ้างตามโอกาส เพราะเครื่องปรับอากาศในห้องเรียนมันหนาวมาก แต่ที่แน่ๆเลยคือเขาจะต้องพกเสื้อคาร์ดิแกนติดตัวเสมอ ถ้าไม่สวมมันก็จะพับเก็บใส่กระเป๋า

 

 

“เห้ย เดี๋ยวๆๆๆ นาย…”

 

 

เขารีบส่งสัญญาณให้คนข้างๆเงียบ เพราะว่ากำลังเรียนอยู่ เขารู้ว่าหวงเส้าเทียนอยากจะพูดอะไรต่อจากการสังเกตสีหน้าท่าทาง

 

 

“ไม่เป็นไร ฉันไม่หนาว”

 

 

เขากระซิบเสร็จ หวงเส้าเทียนก็ไม่เกรงใจจัดเสื้อคาร์ดิแกนของเขาให้พอดีตัวแล้วฟุบหน้าหลับไป ดูท่าจะอดทนมาตั้งแต่เข้าห้องรออาจารย์มาสอนแล้ว ถึงอวี้เหวินโจวจะรู้สึกเย็นๆบ้าง แต่แค่นี้ก็ยังถือว่าสู้แอร์คณะเขาไม่ได้หรอก

 

 

เขาเห็นหวงเส้าเทียนก้มหน้าหลับในขณะที่มีเสื้อคาร์ดิแกนเขาคุมตัวอยู่ ก็เผลอหลุดยิ้มออกมา

 

 

 

วันนี้อาจารย์ปล่อยเร็วตามเคย คนอื่นๆเริ่มทยอยกันออกจากห้องหลังจากที่เลิกเรียน แต่หวงเส้าเทียนยังไม่ตื่น

 

 

 

อวี้เหวินโจวไม่คิดจะปลุก

 

 

เพราะถ้าปลุก วันนี้ของพวกเขาก็จะหมดลง

 

 

 

 

อวี้เหวินโจวไปเรียนที่คณะ

 

 

หวงเส้าเทียนไปกินข้าวกับเพื่อน

 

 

 

เขามองดูอีกฝ่ายนอนหลับก็อยากจะเอามือไปลูบหัวยุ่งๆนี้ แต่ก็ได้แต่หักห้ามใจตัวเองไว้ ไม่นานหวงเส้าเทียนก็เริ่มขยับตัว

 

 

 

คงจะตื่นแล้วสินะ

 

 

 

หวงเส้าเทียนพอเห็นว่าเหลือเพียงแค่สองคนในห้องก็มีท่าทีลุกลี้ลุกลน อวี้เหวินโจวเดาว่าคนๆนี้คงจะคิดว่าตัวเองนอนเพลิน เลยบอกไป

 

 

 

“อาจารย์เพิ่งปล่อยเมื่อ 5 นาทีที่ผ่านมาน่ะ”

 

 

เขาโกหก จริงๆคืออาจารย์ปล่อยเมื่อ 15 นาทีที่แล้ว ..

 

 

 

“ขอบคุณที่ให้ยืมนะ”

 

 

“อื้ม”

 

 

 

หลังจากหวงเส้าเทียนยื่นเสื้อให้กับเขา เขาพับเก็บลงกระเป๋าแล้วกล่าวลา พอไปถึงที่คณะก็กินข้าวกับเพื่อนๆ ก่อนจะเริ่มเรียนตัวคณะอวี้เหวินโจวหยิบเสื้อคาร์ดิแกนของเขามาใส่

 

 

เสื้อก็เสื้อตัวเดิมนะ แต่ความรู้สึกที่ใส่มันเปลี่ยนไป ..

 

 

 

 

11.02 น. อาทิตย์สุดท้ายที่พวกเขาจะได้นั่งเรียนด้วยกัน หลังเลิกเรียนพวกเขาไปกินข้าวที่โรงอาหารกลาง คราวนี้หวงเส้าเทียนอยากกินของหวานด้วย

 

 

 

อวี้เหวินโจวรู้สึกดี อย่างน้อยมื้อนี้ก็จะได้นานขึ้น

 

 

แต่หวงเส้าเทียนกลับดูไม่ร่าเริงเท่าไหร่เลย

 

 

 

“เส้าเทียน น้ำแข็งจะละลายหมดแล้วนะ”

 

 

เขาเตือนด้วยความหวังดีเพราะเห็นอีกฝ่ายเอาแต่คนถ้วยทับทิมกรอบไม่ยอมกินเสียที

 

 

 

 

11.02 น. วันสุดท้ายของการเรียน อวี้เหวินโจวรู้สึกว่าเขาถูกจ้องมองตลอดเวลาที่เรียน ส่วนคนที่มองเขาก็หวงเส้าเทียนนั่นแหละ เขาพยายามทำเป็นไม่รู้ตัว

 

 

ทั้งๆที่เขาเองก็อยากมองอีกฝ่ายใจจะขาดเหมือนกัน …

 

 

 

“หลังจากนี้ฉันคงไปอยู่ที่หอสมุด”

 

 

เขาทิ้งสถานที่ที่ชอบไปอยู่เป็นประจำเมื่อไม่มีเรียน หอสมุดนี่แหละที่เขาชอบมากที่สุด สงบ ไม่วุ่นวาย และยังทำให้มีสมาธิอ่านหนังสือมากขึ้น จนลืมไปเสียสนิทว่าเขาควรจะพูดอะไรอย่างอื่นมากกว่า เช่น ขอช่องทางการติดต่อ

 

 

แต่เพราะเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมของหวงเส้าเทียนเปิด Public ไว้ตลอด อีกทั้งเฟสบุ๊กของเขาก็ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรเลย มีเอาไว้ให้เพื่อนแท็กมาและติดตามข่าวสารเวลามีแจ้งเตือนนู่นนี่นั่นในรุ่น เขาเลยไม่ได้กดเพิ่มเพื่อนอีกฝ่าย

 

 

หวงเส้าเทียนเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างกับเขา แต่เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มาขัดจังหวะ คนตรงหน้ารับโทรศัพท์

 

 

 

“ฮัลโหล มีอะไร พวกนายไม่ได้กำลังเรียนอยู่หรอกเรอะ โทรมาได้ยังไง มีอะไรจะพูดก็รีบพูด บอกมาเลยสิ”

 

“ได้ ฉันก็ว่างตลอดนั่นแหละ กี่โมงล่ะ ? ที่ร้านไหน ?”

 

“โอเค วันอาทิตย์ สิบเอ็ดโมง ร้านกาแฟเจ้าประจำ ชั้นสอง”

 

 

เขาแอบเสียมารยาทด้วยการแอบฟังหวงเส้าเทียนคุยโทรศัพท์ ก็จับใจความได้ว่าอีกฝ่ายมีนัดกับเพื่อนในวันอาทิตย์นี้ สิบเอ็ดโมง ที่ร้านกาแฟเจ้าประจำ ชั้นสอง

 

 

อวี้เหวินโจวพลันนึกชื่อร้านกาแฟร้านที่อยู่ใกล้ๆมหาวิทยาลัยและมีถึงสองชั้น

 

 

มีตั้งหลายร้าน …

 

 

หวงเส้าเทียนพูดแค่ว่าเป็นร้านประจำ อวี้เหวินโจวก็ไม่รู้ว่าร้านประจำของหวงเส้าเทียนคือร้านไหน เขาถอนหายใจ คิดแค่ว่าวันอาทิตย์นี้ไปอ่านหนังสือที่ร้านกาแฟที่เพื่อนเพิ่งแนะนำมาดีกว่า

 

 

 

 

 

11.02 น. วันอาทิตย์ อวี้เหวินโจวมาอ่านหนังสือที่ร้านกาแฟ เขาสวมหูฟัง เอาคลิปเสียงที่อัดไว้ระหว่างที่อาจารย์สอนมาเปิดฟังซ้ำอีกที ระหว่างที่จดจ่อกับการฟังบรรยายก็รู้สึกได้ว่ามีใครมาเรียก เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับหวงเส้าเทียน

 

 

มันจะบังเอิญไปมั้ย ? ร้านกาแฟสองชั้นมีตั้งเยอะแยะ !

 

 

เพราะมัวแต่เพ่งสมาธิไปที่คลิปเสียงเขาจึงไม่ทันได้ฟังที่หวงเส้าเทียนพูดเลยถามอีกที

 

 

“ขอโทษที เมื่อกี้นายว่าอะไรนะ ?”

 

“เก้าอี้ตัวนี้ว่างมั้ย ถ้าว่างไม่มีใครนั่ง ฉันขอยืมไปชั่วคราว เดี๋ยวจะเอามาคืนให้”

 

 

หวงเส้าเทียนพูดถึงเก้าอี้ตัวที่กำลังนั่งในตอนนี้

 

 

“ไม่ว่างนะ”

 

 

“เพราะนายกำลังนั่งอยู่ …”

 

 

เขาแกล้งเล่น วันนี้อวี้เหวินโจวมาอ่านหนังสือคนเดียวฉะนั้นเก้าอี้ก็ต้องว่างอยู่แล้ว พอเห็นหวงเส้าเทียนไปต่อไม่ถูกเขาจึงเลิกแกล้ง ตอบตามเจตนาคำถาม

 

 

“ล้อเล่นน่า เอาไปได้เลย ฉันมาแค่คนเดียว”

 

“อื้มๆ ขอบคุณมาก แล้วนี่นายกำลังอ่านอะไรอยู่เรอะ? ขอดูหน่อยสิ”

 

 

หวงเส้าเทียนหยิบชีทตัวคณะของเขาไปดู

 

 

“ตัวคณะน่ะ ค่อยๆอ่านสะสมไป เนื้อหามันเยอะ” อวี้เหวินโจวตอบ

 

“อืม เยอะจริงๆ เป็นฉันคงจำไม่หวาดไม่ไหว อะไรก็ไม่รู้ caseo… necrosis อะไรเนี่ย”

 

 

 

Caseous necrosis อวี้เหวินโจวนึกถึงสไลด์นี้ขึ้นมา แต่เขาก็ยังแกล้งถามต่อ

 

 

 

“อันไหนเหรอ ?”

 

“อันเนี้ย”

 

 

 

ใช่จริงๆนั่นแหละ ถึงในชีทที่คณะแจกให้จะเป็นสีขาว-ดำ แต่เขามีรูปจากไฟล์สไลด์ที่แจกมาและหาข้อมูลเพิ่มเติมเองด้วย Pathology ถ้าเรียนด้วยชีทขาว-ดำ อย่างเดียวยังไงก็ไม่น่าจะรอดได้ง่ายๆหรอก

 

 

“อ้อ ถ้าเป็นเรื่องพวกนี้ ดูจากในแทบเล็ตดีกว่า เป็นภาพสีดูง่ายกว่า”

 

 

อวี้เหวินโจวเปิดรูปและอธิบายให้หวงเส้าเทียน อีกฝ่ายดูมึนๆงงๆ แต่ก็พยายามทำความเข้าใจ จนกระทั่งถูกเพื่อนจิกตาใส่ หวงเส้าเทียนเลยยกเก้าอี้ที่ตั้งใจว่าจะมาขอยืมตอนแรกกลับไปนั่งกับกลุ่มเพื่อนของเขา

 

 

เขากลับไปตั้งใจอ่านหนังสือต่อ แต่รู้สึกว่าไม่ค่อยจะมีสมาธิเท่าไหร่เลยตั้งแต่หวงเส้าเทียนเข้ามาในร้านกาแฟ

 

 

 

 

11.02 น. วันหยุดยาว เขากลับไปฉลองกับครอบครัว

 

 

 

11.02 น. อวี้เหวินโจวนั่งอ่านหนังสือกับเพื่อนอยู่ในหอสมุด เขารู้สึกถึงสายตาที่มองมา เลยหันไปก็พบกับหวงเส้าเทียน

 

 

มาอ่านหนังสือที่หอสมุดด้วยหรือนี่ ..

 

 

เขายิ้มให้ หวงเส้าเทียนยิ้มตอบ

 

 

พวกเขาทำได้แค่ยิ้มให้กัน

 

 

 

หวงเส้าเทียนเดินไปมุมอ่านหนังสือคนเดียว ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของอวี้เหวินโจว

 

 

ถ้าวันนี้เขาไม่ได้นั่งกับเพื่อน หวงเส้าเทียนจะมานั่งอ่านหนังสือกับเขามั้ย ?

 

 

 

 

11.02 น. อวี้เหวินโจวมาอ่านหนังสือที่หอสมุดตามเคย ครั้งนี้เขานั่งคนเดียว เพราะเพื่อนไปทำงานกลุ่มของวิชาอื่นกัน

 

 

 

“อวี้เหวินโจว มาอ่านหนังสือทำไมคนเดียว มานั่งด้วยกันมั้ย ?”

 

 

เพื่อนคนหนึ่งในคณะของเขาชวน

 

 

“ขอบคุณนะ แต่ฉันรอเพื่อนอยู่”

 

 

 

อวี้เหวินโจวปฏิเสธ เขาหวังนิดๆว่าวันนี้จะได้เจอหวงเส้าเทียนที่หอสมุด

 

 

แต่กลับไม่เจอ ..

 

 

 

เขาจึงค่อยเก็บของและไปอยู่กับเพื่อนๆของเขาแทน

 

 

 

 

11.02 น. อาทิตย์สุดท้ายสำหรับการเรียนการสอน ไม่ต้องบอกว่าเขาควรจะทุ่มเทให้กับตัวคณะมากแค่ไหน

 

 

 

 

 

เมื่อถึงวันสอบ

 

 

คืนก่อนหน้านั้นอวี้เหวินโจวเห็นเพื่อนของเขาที่อยู่คณะเดียวกับหวงเส้าเทียนอัพสเตตัสบ่นเรื่องตัวคณะ เขาพลันนึกถึงหวงเส้าเทียนทันทีว่าจะมีเวลามาอ่านวิชานี้ทันมั้ย

 

 

อวี้เหวินโจวตัดสินใจมารอก่อนเวลาสอบตั้งแต่หกโมงครึ่งเพราะอยากจะช่วยอีกฝ่าย เขาทำสรุปเนื้อหาส่วนที่สำคัญ เก็งข้อสอบในส่วนที่อาจารย์พูดเฉพาะในห้องและเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยให้ ภายในไม่ช้าเขาก็เห็นหวงเส้าเทียนเดินมาอย่างหมดแรง

 

 

“ไหวมั้ย ?”

 

 

อวี้เหวินโจวทัก

 

 

“สภาพฉันดูแย่ขนาดนั้นเลยเรอะ ? แค่เมื่อวานเพิ่งสอบตัวคณะเสร็จ เลยเพิ่งมาเริ่มอ่านวิชานี้เมื่อคืน ตอนนี้ยังไม่ได้หวีผม ไม่ได้อาบน้ำ และได้นอนแค่สองชั่วโมงเท่านั้นเอง”

 

 

เขายิ้มเป็นกำลังใจให้หวงเส้าเทียน จากนั้นยื่นสมุดบันทึกให้คนตรงหน้าเอาไปอ่าน หวงเส้าเทียนรับมันมาด้วยความหวังซึ่งตอนนี้แทบจะบูชาเขาแล้ว อวี้เหวินโจวหัวเราะ

 

 

เขาช่วยติวให้อย่างเร่งรัด ก่อนจะเข้าห้องสอบหวงเส้าเทียนจึงค่อยคืนสมุดบันทึกให้กับอวี้เหวินโจว เขารับมาเก็บใส่กระเป๋าแล้วไม่ได้สนใจมันอีก

 

 

สอบปลายภาคครั้งนี้ พวกเขาได้นั่งข้างกัน อวี้เหวินโจวกวาดสายตาดูข้อสอบซึ่งไม่ได้ยากเลย ค่อนไปทางง่ายด้วยซ้ำ มีหลายข้อตรงกับที่เขาเก็งไว้ คงจะสามารถช่วยหวงเส้าเทียนได้

 

 

เขาทำข้อสอบเสร็จก็แอบหันไปมองหวงเส้าเทียน หวงเส้าเทียนยังทำไม่เสร็จสงสัยเพราะคงจะเหนื่อยจากเมื่อวานด้วย

 

 

อวี้เหวินโจวยังไม่ลุกไปส่งข้อสอบ

 

 

เขานั่งข้างๆให้กำลังใจหวงเส้าเทียนอย่างเงียบๆ

 

 

 

ถึงหวงเส้าเทียนจะไม่รู้เลยก็ตาม

 

 

แต่แค่อยู่ข้างๆอย่างนี้ก็เพียงพอสำหรับเขาแล้ว

 

 

 

จนกระทั่งหวงเส้าเทียนทำข้อสอบเสร็จ

 

 

ในเมื่อหวงเส้าเทียนยังไม่ลุก อวี้เหวินโจวก็จะไม่ลุกเหมือนกัน

 

 

 

 

อวี้เหวินโจวอยากอยู่เคียงข้างหวงเส้าเทียนตราบจนวินาทีสุดท้าย

 

 

แต่มันจะเป็นจริงได้หรือเปล่านะ

 

 

 

 

11.00 น. หมดเวลาทำข้อสอบ

 

 

 

เขาลุกไปส่งข้อสอบพร้อมกับหวงเส้าเทียน เมื่อออกห้องสอบแล้วหวงเส้าเทียนก็เรียกเขา

 

 

 

“อวี้เหวินโจว”

 

 

เขาหันกลับไปมองหน้าหวงเส้าเทียน

 

 

“ขอบคุณ สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาในเทอมนี้นะ ฉันรู้สึกโชคดีมากที่มาเจอกับนาย ไม่นึกว่าวิชาที่ลงมาตายเอาดาบหน้าแบบนี้ จะทำให้ฉันได้เจอกับเพื่อนที่ดีอย่างนาย ขอบคุณจริงๆ แล้วก็ …”

 

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ”

 

 

ลมฤดูร้อนพัดผ่าน พัดเอาเส้นผมของทั้งสองปลิวไสว

 

 

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน ดีใจที่ได้เจอกับนายนะ”

 

 

เขาตอบกลับพร้อมรอยยิ้มทำเอาหวงเส้าเทียนยิ้มกว้างตาม

 

 

 

 

วันต่อมา

 

 

เขาจัดกระเป๋าสะพายก่อนจะกลับบ้าน เอาของที่คิดว่าไม่ได้ใช้แล้วออกมา ก็พบกับสมุดบันทึกที่เขาทำสรุปให้หวงเส้าเทียน

 

 

เขาหยิบมาเปิดอ่านก็ทำให้คิดถึงหวงเส้าเทียน ขนาดเมื่อวานแทบไม่เหลือเวลา ใกล้จะสอบอยู่แล้ว หวงเส้าเทียนยังแอบวาดรูปก้างปลาลงสมุดบันทึกของเขา

 

 

อวี้เหวินโจวยิ้มบางๆ จนกระทั่งเขาเปิดเจอลายมือหวัดๆในหน้าสุดท้าย

 

 

‘Huang Shaotian’

 

 

อวี้เหวินโจวจำได้แม่นว่านี่คือชื่อเฟซบุ๊กของหวงเส้าเทียน เฟซบุ๊กที่เขาชอบเข้าไปส่องประจำ จนขึ้นใน Recent Search เสมอ

 

 

ที่หวงเส้าเทียนเขียนมาให้เขาแบบนี้ อย่าบอกนะว่า …

 

 

อวี้เหวินโจวลืมไปเลย ถึงเขาจะสามารถดูเฟซบุ๊กอีกฝ่ายได้ แต่หวงเส้าเทียนไม่สามารถดูเฟซบุ๊กของเขาได้ถ้าไม่ได้เป็นเพื่อนกันก่อน เขารีบหาชื่อ Huang Shaotian แล้วกด Add Friend

 

 

หวังว่าหวงเส้าเทียนจะรับแอดเขานะ ..

 

 

สักพักข้อความแจ้งเตือนก็เด้งขึ้นมา

 

 

 

11.02 น.

 

 

1 New Friend

 

Huang Shaotian

accepted your friend request.

 

 

 

รับแล้ว ….

 

 

 

====================================================================

 

Talk : พอเขียนยาวๆแล้ว หลุดเยอะมาก ทั้ง OOC ทั้งเนื้อเรื่อง TvT ขออภัยด้วยค่า

จริงๆตอนแรกกะว่าจะเขียนไม่ถึงพันคำค่ะ เอาสั้นๆ ไม่รู้ล่อไปถึงหมื่นคำได้ยังไง 5555555

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s