Quan Zhi Gao Shou

[QZGS][AU][SF] 11.01 [YuHuang]

Fandom : Quan Zhi Gao Shou

Pairing : Yu wen zhou x Huang shao tian

Rated : PG

Alternative Universe : มหาวิทยาลัย

====================================================================

 

ณ ขณะนี้ ได้เวลา 11.01 น. หวงเส้าเทียน นักศึกษาชั้นปีที่ 1 รีบคลิกเข้าเว็บสำนักทะเบียน เพื่อดูว่ามีกระบวนวิชาไหนที่เขาสามารถลงได้ ผลปรากฏว่า เขาติดวิชาอิสระหมดทุกตัว

 

 

ใช่ วิชาอิสระทุกตัว แต่ไอ้ตัวบังคับดันลงไม่ติด !!

 

 

เขาระบายอารมณ์ด้วยการทุบคีย์บอร์ดแรงๆหนึ่งที เนื่องจากว่าเป็นเทอมสอง การลงทะเบียนจึงเป็นการสุ่ม ไม่ใช่เป็นแบบเรียล-ไทม์เหมือนเทอมแรก ซึ่งไม่ได้ใช้ความไวเลย ใช้แต่ดวงล้วนๆ หวงเส้าเทียนพลันเปิดดูคู่มือลงทะเบียน ไล่หาดูว่ามีวิชาบังคับตัวไหนอีกบ้างที่เขาจะสามารถลงแทนวิชานี้ได้

 

 

แล้วเขาก็ไปสะดุดตากับวิชาหนึ่งที่น่าสนใจ เลยทักไปหาเพื่อนๆว่ามีใครจะลงด้วยกันมั้ย แต่ทุกคนตอบกลับมาเป็นเสียงเดียวว่า ลงตัววิชาบังคับติดแล้ว เหลือแค่เขาคนเดียวที่ลงไม่ติด

 

 

ทุกคนต่างก็ยุให้หวงเส้าเทียนไปพิมพ์ใบแอดมือแล้วมาลงวิชาเดียวกับพวกเขา แต่เจ้าตัวกลับเพิกเฉย เขาค้นหากระบวนวิชานี้และกด Add ทันที

 

 

 

 

 

11.01 น. วันต่อมา เขาลงกระบวนวิชานี้ติด พร้อมกับโดนรุ่นพี่ทักมาว่า

 

 

“ระวังเกรดจะภัยพิบัติเหมือนชื่อวิชานะ หึหึ”

 

 

แต่แล้วไงล่ะ เขาเชื่อมั่นในความเก่งกาจของตนเองอยู่แล้ว อย่างนี้ยิ่งท้าทาย งั้นก็ขอลองดูหน่อยละกัน !

 

 

 

 

 

11.01 น. วันแรกที่เริ่มเรียน หวงเส้าเทียนมัวแต่เดินหาห้อง จนมาสาย แต่อาจารย์ก็สายกว่า เพราะเพิ่งเลิกประชุม เลยไม่เป็นไร ห้องเรียนเป็นห้องสโลปขนาดไม่ใหญ่ จุคนได้ประมาณ 70-80 คน เขามาถึงก็หาที่นั่ง แต่ละแถวมีเก้าอี้อยู่ 10 ตัว เขาเห็นว่าแถวหนึ่งกลางๆห้อง มีคนนั่งอยู่แค่คนเดียว จึงไปนั่งเก้าอี้เลคเชอร์ริมทางเดินในแถวนั้น แล้ววางแฟ้มคณะ หยิบมือถือขึ้นมาเล่นระหว่างรออาจารย์เตรียมตัว

 

 

เพื่อนคนหนึ่งส่งข้อความให้ว่า

 

 

‘สู้ๆ ดรอปตอนนี้ก็ยังทันนะ’

 

 

แต่เขาตัดสินใจแล้ว จึงพิมพ์กลับคืนไปยาวเหยียดตามสไตล์

 

 

 

และแล้วอาจารย์ก็เริ่มพูดรายละเอียดกระบวนวิชา เขาตั้งใจฟังบ้าง ไม่ฟังบ้าง เพราะคาบแรกก็แค่ชี้แจงรายละเอียด บอกเกณฑ์การให้คะแนน ปีนี้อาจารย์ปรับเกณฑ์การให้คะแนนจากอิงกลุ่มมาเป็นอิงเกณฑ์ เนื่องจากปีก่อนๆ นักศึกษาทำคะแนนได้เยอะ แต่กลับต้องมาตัดกันเอง อาจารย์เลยเปลี่ยนวิธี

 

 

หวงเส้าเทียนตะโกน ‘เย้’ เบาๆในใจ การมาตายเอาดาบหน้าของเขาครั้งนี้ คงจะประสบความสำเร็จ เสียแต่ว่าประโยคต่อมาของอาจารย์

 

 

“แต่มีงานคู่นะครับ รายละเอียดก็มีดังนี้….”

 

 

จาก ‘เย้’ กลายเป็น ‘เชี่ย’ เขามาลงวิชานี้คนเดียวจะไปหาคู่จากไหน ว่าแล้วก็กวาดสายตามองดูคนอื่นๆในห้อง แต่ละคนก็ดูแล้วมาลงกับเพื่อนทั้งนั้น

 

 

‘ดรอปดีมั้ยนะ’ ความคิดนี้แล่นเข้ามาในหัว แต่สุดท้ายเขาก็คิดว่าเมื่อถึงเวลาค่อยหาใครสักคนมาคู่ก็ได้ หรือถ้าไม่มีคู่ก็ทำเดี่ยวแม่งเลย

 

 

อยากซ่ามาลงคนเดียวก็เงี้ย …

 

 

 

 

 

11.01 น. การเรียนวันที่สอง อาจารย์ยังไม่เริ่มสอนจริงๆจังๆ แค่ Intro เนื้อหาแต่พองาม เนื่องจากว่าอาจจะมีนักศึกษามาแอดเพิ่มหรือขอดรอป หวงเส้าเทียนลงมานั่งที่เก้าอี้เลคเชอร์แถวตรงกลางห้องริมทางเดินเหมือนเดิม ถัดไปอีก 3 ตัว เขาสังเกตเห็นว่าเป็นเพื่อนนักศึกษาคนนั้นในวันแรก กำลังใช้แทบเล็ตจดเนื้อหา ว่าแล้วก็คิดว่าคนนี้ขยันจริงๆ เขามาเรียนก็มีแค่แฟ้มคณะและปากกาน้ำเงินหนึ่งด้าม

 

 

 

 

11.01 น. สัปดาห์ต่อมา หมดเวลาแอด-ดรอป มีนักศึกษาที่ลงเรียนกระบวนวิชานี้ทั้งหมด 56 คน หวงเส้าเทียนได้ลงกระบวนวิชานี้อย่างเป็นทางกลาง ท่ามกลางเสียงโห่เชียร์ของเพื่อนๆ ให้กลับมารีวิววิชานี้แก่รุ่นน้องด้วย แต่เขารู้สึกว่าเขามานั่งฟังอาจารย์เล่าเรื่องประสบการณ์ชีวิตมากกว่ามาเรียน ดูคนเดิมข้างๆเขาสิ ขยันกว่าเยอะเลย

 

 

 

 

11.01 น. สองสัปดาห์ผ่านไป เขารู้สึกชอบกระบวนวิชานี้จริงๆ เข้าช้าปล่อยเร็ว เนื้อหาทั่วๆไปน่าจะแถเอาในห้องสอบได้ พลางคิดว่าใกล้ๆสอบจะโดดเรียนดีหรือเปล่า

 

 

 

 

11.01 น. แล้วก็ถึงสัปดาห์ที่สาม หวงเส้าเทียนมาถึงห้องเรียนก่อนเวลา เขาคิดว่าเขามาเร็วแล้ว แต่มีคนมาเร็วกว่าเขา คนที่นั่งถัดจากเขานั่นแหละ แต่แล้วอาจารย์ก็แจ้งว่าวันนี้งดเซคลงในกลุ่มเฟซบุ๊ก

 

 

หวงเส้าเทียนอ่านข้อความเสร็จก็หันไปมองคนที่นั่งอยู่ตรงนั้น คำพูดของเขาไปไวก็ความคิด เผลอหลุดปากเรียกไปก่อนซะได้

 

 

“นาย !”

 

 

อีกฝ่ายเงยหน้าจากจอแทบเล็ต เฮ้อ บ้าชะมัด หมอนี่ยังไงก็คงจะเห็นข้อความของอาจารย์พร้อมๆกับเขาแหละ แต่ดันเรียกไปแล้ว เขาก็จะพูดต่อให้หมด

 

 

“วันนี้งดเซค อาจารย์เพิ่งโพสลงในกลุ่มเมื่อกี้นี้เอง เพราะฉะนั้นนายจะกลับเลยก็ได้ วันนี้ไม่มีเรียนแล้ว ไม่ต้องนั่งรออาจารย์หรอก ถึงรอไปอาจารย์ก็ไม่มา”

 

“อืม ขอบคุณ”

 

 

กล่าวเสร็จคนๆนั้นก็เก็บแทบเล็ตลงกระเป๋าสะพาย หวงเส้าเทียนสังเกตกิริยาท่าทางก็รู้สึกได้ว่าคงเป็นเด็กเรียนคณะ 6 ปีจบ แต่หมดช่วงรับน้องแล้วอีกฝ่ายเลยไม่ได้ห้อยป้ายคณะ ก็ไม่รู้ว่าตกลงอยู่คณะอะไรกันแน่ ไม่เหมือนกับเขาที่ยังต้องถือแฟ้มคณะอยู่ คนๆนั้นเสื้อกันหนาวของรุ่นก็ไม่ได้ใส่ เวลามาเรียนก็สวมเพียงแค่เสื้อคาร์ดิแกนสีน้ำเงิน เขาคิดว่าไว้วันหลังเวลาส่งใบเช็คชื่อจะแอบดูชื่อและรหัสคณะละกัน

 

 

 

 

 

10 นาทีก่อนเวลา 11.01 น. วันศุกร์ในสัปดาห์ที่สาม ถึงห้องเรียนจะอยู่ชั้น 3 แต่วันนี้เขาขี้เกียจเดิน จึงขึ้นลิฟต์แทน ระหว่างที่ประตูลิฟต์กำลังปิด มีเสียงหนึ่งดังลอดมาจากข้างนอก

 

 

“รอด้วยครับ”

 

 

หวงเส้าเทียนกดปุ่มเปิดประตูลิฟต์ก็พบกับนักศึกษาคนนั้น เขารีบเดินเข้ามาและขยับนิ้วกดลงที่ปุ่มปิด

 

 

ในลิฟต์ตอนนี้มีพวกเขาแค่สองคน ..

 

 

 

ตัวเลขค่อยๆขยับขึ้นจาก 1 เป็น 2

 

 

 

“สวัสดี” อีกฝ่ายทัก

 

 

 

จาก 2 เป็น 3

 

 

 

“สวัสดี นั่งแถวเดียวกันมาตั้งนาน แต่ยังไม่ได้แนะนำตัวเลย ฉันชื่อ หวงเส้าเทียน นายชื่ออะไร ?” หวงเส้าเทียนถามกลับ

 

 

 

ประตูลิฟต์เปิดออก

 

 

 

“อวี้เหวินโจว”

 

 

 

อวี้เหวินโจวกดปุ่มลิฟต์ค้างไว้แล้วผายมือเชิญให้เขาออกไปก่อน เขาเดินออกมา อวี้เหวินโจวเดินตาม แล้วเข้าห้องเรียนไปพร้อมๆกัน

 

 

 

และแน่นอน เขานั่งเก้าอี้เลคเชอร์ริมทางเดิน ส่วนอวี้เหวินโจวนั่งถัดไปจากเขา 3 ตัว เช่นเคย ..

 

 

 

แต่วันนี้ดันไม่เช็คชื่อซะงั้น เพราะอาจารย์ลืมเอาใบเซ็นต์เช็คชื่อมา

 

 

 

 

 

11.01 น. เปิดเทอมสองได้หนึ่งเดือนแล้ว หวงเส้าเทียนแทนที่จะตั้งใจเรียนกับสนุกกับภารกิจสืบสวน ตามหาคนนั่งข้างๆ ว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน

 

 

ทันทีที่รับใบเซ็นต์ชื่อ เขากวาดสายตาหาชื่อของอวี้เหวินโจวและเลขรหัสนักศึกษา

 

 

 

‘อ้อ คณะนี้นี่เอง โหดใช่ย่อยนะเนี่ย และมาลงวิชานี้คนเดียวเหมือนกับเขาอีก’

 

 

 

หลังจากเขียนชื่อของเขาเสร็จก็ส่งใบเช็คชื่อไปให้อวี้เหวินโจว คาบนี้หวงเส้าเทียนเปิดเฟซบุ๊ก หาเฟซของอีกฝ่าย ภายในไม่นานก็เจอ

 

 

 

Yu Wenzhou

 

 

‘คนอะไรใช้ปลาเป็นรูปโปรไฟล์วะ…’

 

 

 

ถ้าหากเขาไม่รู้คณะของอวี้เหวินโจวก็คงไม่กล้าฟันธงหรอกว่านี่เป็นเฟซบุ๊กของคนที่นั่งข้างๆ หวงเส้าเทียนจิ้มเข้าไป พบเพียงรูปไม่กี่รูป คงจะตั้งค่า Privacy ให้ดูได้แค่เพื่อน และเพื่อนร่วมกันก็มีไม่กี่สิบคนเอง แต่ละคนก็ไม่ได้สนิทกับเขาเลย จะไปขอดูได้ยังไงเนี่ย !

 

 

‘เฮ้อ อดส่องซะแล้ว’

 

 

 

หวงเส้าเทียนกลับไปตั้งใจฟังที่อาจารย์สอน

 

 

 

 

 

11.01 น. อีกสามสัปดาห์จะสอบ อาจารย์พูดถึงงานคู่ กำหนดส่งก่อนมิดเทอม อวี้เหวินโจวหันมาสบตากับเขา หวงเส้าเทียนรู้ว่าอวี้เหวินโจวย่อมคิดเหมือนกัน จึงเอ่ยปากพูด

 

 

“งานคู่ชิ้นนี้ที่อาจารย์สั่ง ไหนๆก็ไหนๆแล้ว พวกเรามาคู่กันมั้ยนาย ?”

 

“ได้ ขอชื่อและรหัสของนายหน่อยสิ อันที่จริงฉันทำงานนี้เสร็จตั้งแต่ช่วงสัปดาห์แรกๆที่อาจารย์สั่งงานแล้ว เดี๋ยวใส่ชื่อนายให้”

 

 

“เห้ย ! จะดีเหรอ แบบนี้ไม่ได้กลายเป็นว่าฉันกินแรงนายหรอกรึ ? ฉันก็ไม่ได้ช่วยทำอะไรเลย แถมยังได้คะแนนไปฟรีๆอีก”

 

 

หวงเส้าเทียนอุทาน แต่พูดตามตรง งานที่อาจารย์มอบหมายมาให้ก็ไม่ได้ยากอะไรเลย แค่ทบทวนวรรณกรรมหาข้อมูลงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ รวบรวมทำเป็นรูปเล่มมาส่ง จะทำเสร็จคนเดียวได้ก็ไม่แปลก แถมเป็นเด็กคณะเก่งๆอย่างนี้จะทำเสร็จก็คงเป็นเรื่องปกติ

 

 

“ไม่เป็นไร ฉันก็ไม่ได้เสียประโยชน์อะไรนะ ถึงจะไม่มีชื่อนายอยู่ด้วย ฉันก็ทำคนเดียวจนเสร็จไปแล้วอยู่ดี”

 

 

อวี้เหวินโจวยิ้มให้ พูดเกลี้ยกล่อม จนเขายอมเขียนชื่อและรหัสนักศึกษาลงในใบลงชื่อเลือกหัวข้อชิ้นงาน

 

 

“งั้นวันหลังฉันพานายไปเลี้ยงอะไรอร่อยๆตอบแทนละกัน สำหรับงานคู่ชิ้นนี้”

 

“อื้ม จะรอนะ”

 

 

 

 

 

11.01 น. เหลือเวลาอีกสองอาทิตย์ และก็เหลือระยะห่างของพวกเขาเพียงแค่เก้าอี้ 2 ตัว อวี้เหวินโจวจากเดิมจะเว้นที่นั่งไว้ 3 ที่ ตอนนี้เขาเขยิบเข้ามานั่งใกล้หวงเส้าเทียนมากขึ้น

 

 

 

 

 

11.01 น. สัปดาห์หน้าจะสอบมิดเทอม อาจารย์สอนเสร็จแล้วเลยงดเซคให้ไปอ่านหนังสือ แต่หวงเส้าเทียนไม่ได้อ่านวิชานี้ เขาเอาไปอ่านตัวคณะอย่างเช่น ฟิสิกส์และแคลคูลัสแทน

 

 

 

 

 

11.01 น. หวงเส้าเทียนมีสอบวิชานี้ตอนเที่ยง และไม่มีสอบตอนเช้า เขาจึงมาอ่านหนังสือทบทวนรอที่หน้าห้องสอบ แต่ไม่ได้มีเขาคนเดียวที่คิดเช่นนี้ เมื่อเขาไปถึงก็พบอวี้เหวินโจวกำลังทบทวนเนื้อหาผ่านสมุดบันทึก อยู่ที่เก้าอี้เลคเชอร์ข้างหน้าห้อง

 

 

 

“สวัสดี กำลังอ่านวิชานี้อยู่ใช่มั้ย ใกล้จะถึงเวลาสอบแล้วนี่เนอะ ยังดีที่ตึกสอบเป็นตึกเดียวกับตึกที่เรียน” หวงเส้าเทียนทักทาย

 

“อื้อ สวัสดี มาทบทวนก่อนสอบด้วยกันมั้ย ?” อวี้เหวินโจวชักชวน

 

 

“มาๆ ได้เลย ฉันเตรียมตัวมาพร้อมแล้ว ผลัดกันถามตอบเอาละกัน” เขาหยิบชีทสไลด์ที่ปริ๊นต์ขึ้นมาอ่าน และไปนั่งเก้าอี้เลคเชอร์อีกตัวที่ยังว่าง

 

 

แท้จริงหวงเส้าไม่ใช่คนขยันมาก แต่ครั้งนี้ที่อ่านมาเยอะ เพราะเขายังไม่รู้ว่าอาจารย์จะมาไม้ไหน แนวข้อสอบหรือโพยอะไรจากรุ่นพี่ก็ไม่มี จึงต้องกันเหนียว อ่านมันให้หมดครบทุกสไลด์ ปลอดภัยไว้ก่อน เหนือสิ่งอื่นใดคือเขาสอบตัวคณะเสร็จไปนานแล้ว ทำให้มีเวลาอ่านวิชานี้มากขึ้น

 

 

อวี้เหวินโจวเปิดสมุดบันทึกที่ทำสรุปเนื้อหาทั้งหมดไว้แล้วก็เริ่มถามคำถามกับเขา หวงเส้าเทียนตอบได้ในส่วนที่มีอยู่ในสไลด์ แต่ส่วนที่อาจารย์พูดในห้อง เขาตอบได้บ้างไม่ได้บ้าง อวี้เหวินโจวเลยช่วยเสริมให้ เขาจดเพิ่มเติมลงไปด้วยปากกาน้ำเงินที่มีมันแท่งเดียวนี่แหละ

 

 

อ๋อ แต่สอบครั้งนี้หวงเส้าเทียนเอาน้ำยาลบคำผิดมาด้วยนะ

 

 

เวลาผ่านไป แม้คนจะมาถึงหน้าห้องสอบเยอะแล้ว แต่พวกเขาก็ยังนั่งติวกันอยู่แค่สองคน ไม่ได้สนใจใครอื่น เพราะต่างคนต่างก็มาลงวิชานี้แค่ตัวคนเดียว จึงมีกันแค่นี้

 

 

อาจารย์คุมสอบเรียกให้มาเข้าห้อง พวกเขาเก็บของ พร้อมที่จะลงสนาม

 

 

“ขอให้โชคดี เก็ทเอนะ สู้ๆ” อวี้เหวินโจวกล่าว

 

“โชคดี ไม่สิ โชคเอๆ นายก็เช่นกัน แน่จริงเอาให้ได้ท็อปเซคเลย สู้ๆ” หวงเส้าเทียนแซวเล่น

 

 

“ได้” อีกฝ่ายตอบกลับมา

 

“ฮ่าๆ ฉันจะรอดู”

 

 

เขาไม่ได้จริงจังกับคำพูดนี้ เพราะคิดว่าเป็นการพูดเล่นเสียมากกว่า

 

 

หลังจากเข้าห้องสอบไป เก้าอี้เลคเชอร์ในแถวที่หวงเส้าเทียนเข้าไปนั่ง ถูกจับจองจนเต็มซะก่อน อวี้เหวินโจวจึงไปนั่งอยู่ข้างหลังเขา

 

 

อาจารย์สั่งให้เริ่มทำข้อสอบได้ หวงเส้าเทียนพลิกกระดาษคำถาม ไล่ดูแต่ละช่วง มีทั้งกากบาท ถูกผิด และเติมคำ เขาทำตามลำดับข้อที่เรียงมาให้ ข้อสอบไม่ได้ยาก บางข้อก็ใช้ความรู้ทั่วไปมาตอบได้ บางข้อก็มีคำตอบในสไลด์ ถ้าอ่านมาก็ทำได้ แต่บางข้อมาจากที่อาจารย์สอนในห้อง

 

เขาต้องขอบคุณอวี้เหวินโจวที่ช่วยติวในส่วนนี้ ไม่งั้นก็คงจะเสียคะแนนไปฟรีๆ พอทำเสร็จเขาก็ลุกออกไปส่งกระดาษคำตอบ แล้วกลับหอไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เก็บชุดนักศึกษาตัวนี้ไว้ใส่ไปสอบในวัดถัดไป

 

 

 

 

11.01 น. วันแรกของการเรียนหลังมิดเทอม หวงเส้าเทียนเข้ามาก็พบอวี้เหวินโจวนั่งอยู่ เขาไม่ได้นั่งเก้าอี้เลคเชอร์ริมทางเดินอีกต่อไป เขาขยับมานั่งใกล้กับอีกฝ่ายมากขึ้น ทักทายคุยกันนิดๆหน่อยๆ ก่อนอาจารย์จะเริ่มสอน

 

 

เหลือระยะห่างระหว่างพวกเขาแค่เพียงเก้าอี้เลคเชอร์ 1 ตัว

 

 

 

 

 

11.01 น. วันที่สองหลังจากสอบมิดเทอม อาจารย์ตรวจข้อสอบเสร็จแล้ว เลยแจกใบประกาศคะแนนไล่วนผลัดกันดูไปเรื่อยๆทั้งเซค

 

 

แน่นอน อวี้เหวินโจวได้ท็อปเซคตามที่พูด

 

 

 

“เชี่ย นายนี่มันคนจริงโว้ย ฉันก็นึกว่านายจะแค่พูดเล่น แต่ได้ท็อปเซคกลับมาจริงๆ”

 

 

 

หวงเส้าเทียนพูดแซวอีกฝ่าย หนุ่มนักศึกษาคนนั้นยิ้มให้กับเขาราวกับเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้โอ้อวดหรือทะนงตนแต่อย่างใด

 

 

ส่วนคะแนนของหวงเส้าเทียนได้เกินค่าเฉลี่ย มีสิทธิ์ลุ้น A แน่ๆ ถ้าไฟนอลไม่พลาด

 

 

 

 

 

11.01 น. พวกเขาสนิทกันมากขึ้น ทั้งยังเห็นหน้าเห็นตากันมาแล้วครึ่งเทอม แต่ยังมีระยะห่าง 1 เก้าอี้เลคเชอร์ กั้นขวางพวกเขาไว้

 

 

เลิกเรียนเสร็จ ปกติหวงเส้าเทียนจะกลับไปกินข้าวกับเพื่อน แล้วไปเรียนตัววิชาอื่นด้วยกันต่อ แต่ไม่รู้วันนี้วันดีอะไร อยู่ๆเขาก็บอกเพื่อนไปว่าไม่ว่าง มีนัดแล้ว จากนั้นลองชวนอวี้เหวินโจวไปกินข้าวด้วยกัน

 

 

“นาย เที่ยงนี้ว่างมั้ย ไปกินข้าวด้วยกันหรือเปล่า โรงอาหารคณะนี้ไก่ทอดอร่อยมากๆ ใช่ๆ ฉันยังติดเลี้ยงข้าวนายอยู่เลย”

 

 

ชวนเสร็จหวงเส้าเทียนก็นึกได้ว่า ถ้าอวี้เหวินโจวมีนัดกับเพื่อนของเขาแล้วล่ะ จะทำอย่างไร

 

 

“กินกับนาย แค่สองคนเหรอ ?”

 

“อ่า ใช่ๆ แต่ถ้าไม่สะดวกเอาวันอื่นก็ได้ เอาตามที่นายว่า”

 

“ได้สิ วันนี้ฉันว่าง”

 

 

อวี้เหวินโจวตอบกลับมาทันที เขาค่อยโล่งใจ แล้วไปจบมื้อเที่ยงที่ร้านไก่ทอดกันสองคน ก่อนจะบอกลาและกลับไปเรียนตัววิชาภาคบ่ายตามที่ลงไว้

 

 

 

 

11.01 น. ไม่มีการเว้นที่นั่งตรงเก้าอี้เลคเชอร์อีกต่อไป อวี้เหวินโจวขยับมานั่งติดกับเขา หวงเส้าเทียนจึงชวนคุยได้ง่ายขึ้น แต่จะยังไงเมื่ออาจารย์เริ่มสอนเขาก็ไม่รบกวนอีกฝ่าย อาจจะมีสะกิดคุยบางช่วง แต่ก็จะพูดถึงในเนื้อหาเรียน ไม่ชวนออกทะเล

 

เพราะอาจารย์เลิกก่อนเวลา เขาขี้เกียจไปรอเพื่อน เที่ยงนี้หวงเส้าเทียนลองชวนอวี้เหวินโจวไปกินข้าวอีกครั้ง

 

 

“นาย วันนี้ไปกินข้าวด้วยกันอีกมั้ย ? มีโรงอาหารใกล้ๆนี้เขาบอกว่าบะหมี่ต้มยำอร่อยมาก”

 

 

แต่ครั้งนี้เขาถูกปฏิเสธ

 

 

“ขอบคุณนะ แต่ทุกวันศุกร์ฉันมีเรียนที่คณะของฉัน ต้องเดินทางไกล กลัวจะไปเรียนไม่ทัน”

 

“อ่า อื้ม อย่างงั้นหรอกเหรอ”

 

 

หวงเส้าเทียนรู้สึกเศร้าใจ

 

 

“แต่ถ้าเป็นทุกวันอังคารก็ได้นะ”

 

 

อวี้เหวินโจวยิ้มให้กับเขา กลายเป็นข้อตกลงแบบเรียบง่าย ในทุกอังคารต่อจากนี้หลังเลิกเรียนพวกเขาจะไปกินข้าวด้วยกัน

 

 

 

 

 

11.01 น. หวงเส้าเทียนตั้งหน้าตั้งตารอ เขาขอให้อาจารย์ปล่อยเร็วๆ เขาอยากกินข้าวด้วยกันกับอวี้เหวินโจว วันนี้จะไปกินที่ร้านก๋วยเตี๋ยวของโรงอาหารอีกคณะ

 

และแล้วอาจารย์ก็สนองให้สมดังคำปรารถนา วันนี้อาจารย์เลิกเร็ว พร้อมบอกข่าวว่าอาทิตย์หน้าจะเป็นอาทิตย์สุดท้ายที่ได้เรียนแล้ว เพราะอาจารย์ได้สอนเนื้อหาที่จะสอบไปหมดแล้ว

 

 

เป็นเรื่องที่น่ายินดีเพราะอีกหนึ่งเดือนต่อจากนี้ เขาก็จะว่างไปเลย แต่หวงเส้าเทียนกลับไม่รู้สึกดีใจสักเท่าไหร่

 

 

 

ก็เพราะวิชานี้

 

 

เป็นวิชาเดียวที่เขาจะได้เจอกับอวี้เหวินโจว ..

 

 

 

เขาแอบชำเลืองมองคนที่นั่งติดกันแล้ว สีหน้าของอีกฝ่ายสงบนิ่ง ไม่ได้ดีใจหรือเสียใจอะไร อวี้เหวินโจวจดสิ่งที่อาจารย์พูดลงในแท็บเล็ต

 

 

ช่างมันเถอะ ไปกินข้าวดีกว่า ….

 

บะหมี่ต้มยำกำลังรอพวกเขาอยู่ !

 

 

 

 

11.01 น. เนื้อหาวันนี้มีแต่ดูคลิปวิดิโอ หวงเส้าเทียนจึงคิดจะหลับ แต่ไม่รู้วันนี้เครื่องปรับอากาศเป็นอะไร ถึงได้หนาวกว่าปกติเป็นพิเศษ เพราะเข้าสู่ฤดูร้อน เขาก็ไม่คิดจะใส่เสื้อกันหนาวมาเรียน เลยได้ฟุบหน้าลงไปพร้อมกับลูบแขน

 

 

แล้วเขาก็รู้สึกถึงความอุ่นที่หลัง เลยเงยหน้าขึ้นมา

 

 

อวี้เหวินโจวถอดเสื้อคาร์ดิแกนแล้วเอามาคุมตัวเขา …

 

 

“เห้ย เดี๋ยวๆๆๆ นาย…”

 

 

อวี้เหวินโจวยกนิ้วชี้พลันส่งเสียงชู่ว์ หวงเส้าเทียนรีบเอามือปิดปาก เขาสังเกตว่าอีกฝ่ายใส่เสื้อนักศึกษาแขนยาวอยู่ด้วย คงไม่หนาวเท่ากับเสื้อนักศึกษาแขนสั้นของเขา

 

 

“ไม่เป็นไร ฉันไม่หนาว”

 

 

อวี้เหวินโจวกระซิบ ราวกับอีกฝ่ายอ่านความคิดของเขาได้

 

ในเมื่อเป็นอย่างนี้เขาก็ขอยืมหน่อยละกัน หวงเส้าเทียนจัดทรงเสื้อให้คุมพอดีกับตัวแล้วฟุบหลับ เขาได้กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มกับกลิ่นสเปรย์ดับกลิ่นกายที่อวี้เหวินโจวใช้ลอยมาแตะจมูกก่อนที่จะหลับไป

 

 

 

หวงเส้าเทียนตื่นขึ้นมา พบว่าทั้งห้องเหลือพวกเขาเพียงแค่สองคน เขาตกใจ หมดคาบแล้วหรือนี่ พอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาพบว่ายังไม่ถึงเที่ยงเลย

 

 

“อาจารย์เพิ่งปล่อยเมื่อ 5 นาทีที่ผ่านมาน่ะ”

 

 

อวี้เหวินโจวบอกกับเขา หวงเส้าเทียนเอาเสื้อคาร์ดิแกนคืนให้อีกฝ่าย

 

 

“ขอบคุณที่ให้ยืมนะ”

 

“อื้ม”

 

 

อวี้เหวินโจวยกยิ้มพลางพับเสื้อคาร์ดิแกนของเขาลงกระเป๋าแล้วบอกลา เพราะวันศุกร์อีกฝ่ายต้องไปเรียนที่คณะ พวกเขาจึงไม่ได้ทานข้าวด้วยกัน

 

 

 

 

 

11.01 น. อาทิตย์สุดท้ายที่พวกเขาจะได้นั่งเรียนด้วยกัน อวี้เหวินโจวตั้งใจเรียนเหมือนวันแรกที่เริ่มเรียน ส่วนหวงเส้าเทียนก็เสมอต้นเสมอปลายเรียนบ้าง เล่นบ้าง หลับบ้าง เพราะเนื้อหาไม่ได้ยาก

 

หลังเรียนเสร็จพวกเขาไปกินข้าวที่โรงอาหารกลาง ปกติพวกเขาทานข้าวเสร็จก็จะแยกย้าย แต่วันนี้หวงเส้าเทียนบอกอยากกินของหวาน เขาซื้อทับทิมกรอบมานั่งมอง

 

 

 

จริงๆเขาไม่ได้อยากกินทับทิมกรอบนี้เท่าไหร่หรอก

 

เขาแค่อยากให้ข้าวมื้อนี้มันนานขึ้น

 

 

 

 

“เส้าเทียน น้ำแข็งจะละลายหมดแล้วนะ”

 

 

คำพูดของอวี้เหวินโจวดึงสติเขากลับมา หวงเส้าเทียนค่อยๆกินทับทิมกรอบจนหมด

 

 

ทั้งที่ทับทิมกรอบมันหวาน แต่เขากลับไม่รู้สึกรู้รสอะไรเลย ..

 

 

 

 

11.01 น. วันสุดท้ายของการเรียน ก่อนที่อาจารย์จะปิดเซค หวงเส้าเทียนไม่มีสมาธิจะเรียน เขามองคนข้างๆ สลับกับมองจอโปรเจกเตอร์

 

อาจารย์กล่าวปิดกระบวนวิชา เจอกันอีกทีตอนสอบไฟนอล วันนี้เขาไม่มีความรู้เข้าหัวเลยสักนิด หวงเส้าเทียนไม่มีของให้เก็บเหมือนอวี้เหวินโจว เขาแค่เหน็บปากกาสีน้ำเงินกับเสื้อนักศึกษา แล้วถือแฟ้มด้วยมือซ้าย กำลังนึกหาคำบอกลาดีๆ คนนั่งข้างก็ทักขึ้นมาก่อน

 

 

“หลังจากนี้ฉันคงไปอยู่ที่หอสมุด”

 

 

 

พูดจบอวี้เหวินโจวก็ยิ้มให้ อีกฝ่ายบอกสถานที่ที่สามารถตามตัวเจอได้ เขาลืมไปเลยว่าถึงจะปิดเซคแล้วแต่ก็ยังไม่ปิดเทอม หวงเส้าเทียนพลันมีความคิดอยากจะขอช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์กไว้ติดต่อกัน ถึงแม้เขาจะรู้ชื่อเฟซบุ๊กของอวี้เหวินโจวแล้ว แต่ก็อยากจะเอ่ยปากถามตรงๆตามมารยาทมากกว่า

 

พอเขากำลังจะเปิดปากพูด โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมาเสียก่อน เมื่อยกขึ้นมาดูก็ขึ้นชื่อเพื่อนคณะ

 

 

ไอ้เพื่อนเวร โทรมาทำไมตอนนี้ !

 

 

หวงเส้าเทียนรับโทรศัพท์

 

 

“ฮัลโหล มีอะไร พวกนายไม่ได้กำลังเรียนอยู่หรอกเรอะ โทรมาได้ยังไง มีอะไรจะพูดก็รีบพูด บอกมาเลยสิ”

 

‘นายก็หุบปากก่อนเด้ วันนี้อาจารย์ไม่สบาย เลยงดเซค เออ จำงานวิชาไซโคที่ต้องแสดงละครสั้นๆได้ป่ะ วันอาทิตย์นี้ว่างมั้ย ? จะชวนมาเขียนบทกันที่ร้านกาแฟ’

 

“ได้ ฉันก็ว่างตลอดนั่นแหละ กี่โมงล่ะ ? ที่ร้านไหน ?”

 

‘สิบเอ็ดโมง ร้านประจำ ชั้นสอง’

 

“โอเค วันอาทิตย์ สิบเอ็ดโมง ร้านกาแฟเจ้าประจำ ชั้นสอง”

 

 

สุดท้ายเพราะถูกขัดจังหวะ หวงเส้าเทียนจึงไม่ได้พูดขอชื่อเฟซบุ๊กหรือขอไลน์ของอวี้เหวินโจวเลย คาบสุดท้ายนี้พวกเขาก็แค่โบกมือลาเหมือนเลิกคาบเรียนตามปกติ หวงเส้าเทียนไปรวมกลุ่มกับเพื่อน อวี้เหวินโจวไปเรียนที่คณะต่อ

 

 

 

 

11.01 น. วันอาทิตย์ หวงเส้าเทียนมาทำงานกลุ่มที่ร้านกาแฟกับเพื่อนๆ พวกเขาขึ้นไปที่ชั้นสอง เหลือโต๊ะใหญ่เพียงแค่ตัวเดียว และเก้าอี้ไม่พอกับจำนวนคนที่มา เขาสอดสายตามองหาเก้าอี้ที่ยังว่าง พบกับอวี้เหวินโจวกำลังใส่หูฟังนั่งอ่านหนังสืออยู่ไม่ไกล

 

จะเข้าไปขอดีมั้ยนะ .. หวงเส้าเทียนหันกลับมามองกลุ่มเพื่อน ก็ไม่มีใครหาเก้าอี้มาได้เลย เขาจึงตัดสินใจเดินไปหาอีกฝ่าย แล้วลงไปนั่งเก้าอี้ตรงข้าม

 

 

“สวัสดี นายมาอ่านหนังสืองั้นเรอะ เก้าอี้ตัวนี้ใช้มั้ย ถ้าไม่ใช้ฉันขอได้หรือเปล่า ?”

 

 

อวี้เหวินโจวเงยหน้าขึ้นมาจากจอแทบเล็ต ข้างๆตัวเขามีแก้วกาแฟ ชีทเรียน สมุดจดบันทึกและปากกาหลากสี อีกฝ่ายถอดหูฟังออก

 

 

“ขอโทษที เมื่อกี้นายว่าอะไรนะ ?”

 

“เก้าอี้ตัวนี้ว่างมั้ย ถ้าว่างไม่มีใครนั่ง ฉันขอยืมไปชั่วคราว เดี๋ยวจะเอามาคืนให้”

 

 

หวงเส้าเทียนเอาแขนพาดและตบพนักเก้าอี้ตัวที่กำลังนั่ง

 

 

“ไม่ว่างนะ”

 

 

“เพราะนายกำลังนั่งอยู่ …”

 

 

อวี้เหวินโจวยิ้ม มันก็จริง ตอนนี้เขากำลังนั่งเก้าอี้ตัวนี้อยู่นี่ ! หวงเส้าเทียนขยี้หัวตัวเอง

 

 

“ล้อเล่นน่า เอาไปได้เลย ฉันมาแค่คนเดียว” อีกฝ่ายแกล้งเล่นเสร็จค่อยตอบตามเจตนาที่แท้จริง

 

“อื้มๆ ขอบคุณมาก แล้วนี่นายกำลังอ่านอะไรอยู่เรอะ ? ขอดูหน่อยสิ”

 

 

หวงเส้าเทียนหยิบชีทมาดูหนึ่งชุด พบกับรูปเซลล์ประหลาดๆที่เขาไม่รู้จัก

 

 

“ตัวคณะน่ะ ค่อยๆอ่านสะสมไป เนื้อหามันเยอะ”

 

“อืม เยอะจริงๆ เป็นฉันคงจำไม่หวาดไม่ไหว อะไรก็ไม่รู้ caseo… necrosis อะไรเนี่ย”

 

 

หวงเส้าเทียนพลิกชีทไปเรื่อยๆ พบกับภาพขาว-ดำที่ดูไม่ออกกับลายมือสวยๆที่เป็นระเบียบอ่านง่ายของอวี้เหวินโจว

 

 

“อันไหนเหรอ ?” อวี้เหวินโจวถาม

 

“อันเนี้ย” เขาชี้

 

 

“อ้อ ถ้าเป็นเรื่องพวกนี้ ดูจากในแทบเล็ตดีกว่า เป็นภาพสีดูง่ายกว่า”

 

 

อวี้เหวินโจวเปิดภาพจากในสไลด์ให้เขาดูผ่านแทบเล็ต ซึ่งมันดูง่ายกว่าชีทขาว-ดำจริงๆด้วย แต่เขาก็ดูไม่ออกหรอกว่ามันคืออะไร แค่ถามไปอย่างนั้นแหละ

 

 

 

เขาแค่อยากหาเรื่องคุยกับอวี้เหวินโจว..

 

 

 

หวงเส้าเทียนเริ่มรับรู้สึกสายตาที่ส่งมาจากเพื่อนของเขา เขาคุยกับอวี้เหวินโจวจนเกือบลืมจุดประสงค์ไปว่าเขามาทำงานกลุ่ม จึงต้องบอกลาและยกเก้าอี้กลับไปหากลุ่มเพื่อน

 

 

มีหลายครั้งระหว่างที่กำลังคุยงานเขาก็จะแอบสอดสายตามองไปยังอวี้เหวินโจวที่กำลังอ่านหนังสือ

 

 

 

11.01 น. วันหยุดยาว เขากลับบ้านไปฉลองกับครอบครัว

 

 

 

11.01 น. หวงเส้าเทียนไม่มีเรียน แต่เขาก็นึกถึงคำพูดของอวี้เหวินโจว จึงไปหอสมุด

 

 

เขาเจอกับอวี้เหวินโจว

 

แต่อวี้เหวินโจวนั่งอยู่กับเพื่อน

 

 

อวี้เหวินโจวหันมาสบสายตากับเขาพอดี อีกฝ่ายยิ้มให้ หวงเส้าเทียนยิ้มกลับ

 

 

การทักทายกันในวันนี้มีเพียงแค่รอยยิ้ม

 

 

 

 

11.01 น. เขานอนตื่นสายเลยไม่ได้ไปหอสมุด นับถอยหลังเหลืออีกสองสัปดาห์จะสอบไฟนอล

 

 

 

11.01 น. อาทิตย์สุดท้ายสำหรับการเรียนการสอน แต่หลายวิชาก็ปิดเซคไปแล้วเรียบร้อย หวงเส้าเทียนอ่านตัวคณะด้วยกันกับเพื่อนๆ ถ้าได้เจออวี้เหวินโจวอีกที คงเป็นตอนสอบวิชานั้นเลย

 

 

 

เมื่อถึงวันสอบ

 

 

หวงเส้าเทียนเชื่อในปาฏิหาริย์ เพราะเมื่อวานเพิ่งสอบตัวคณะเสร็จ เขาเลยเหลือเวลาอ่านวิชานี้แค่หนึ่งคืน สกิล One Night Miracle ได้ถูกงัดออกมาใช้

 

เขาได้นอนแค่ไม่กี่ชั่วโมง แถมยังต้องสอบตอนแปดโมงอีก หวงเส้าเทียนลากตัวเองมาหยุดที่หน้าห้องสอบตั้งแต่หกโมงครึ่ง เพราะเขาเชื่อในตัวอวี้เหวินโจวด้วย ถึงตัวเองจะมีศักยภาพในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังหวังนิดๆจะมาพึ่งการเก็งข้อสอบของหมอนั่น

 

 

บิงโก เขาเจออวี้เหวินโจว !

 

 

เขารีบไปหาอีกฝ่าย ไปนั่งที่เก้าอี้เลคเชอร์ตัวข้างๆหน้าห้องสอบเฉกเช่นครั้งก่อน แล้วฟุบหน้าลงไป

 

 

“ไหวมั้ย ?”

 

 

อวี้เหวินโจวทัก

 

 

“สภาพฉันดูแย่ขนาดนั้นเลยเรอะ ? แค่เมื่อวานเพิ่งสอบตัวคณะเสร็จ เลยเพิ่งมาเริ่มอ่านวิชานี้เมื่อคืน ตอนนี้ยังไม่ได้หวีผม ไม่ได้อาบน้ำ และได้นอนแค่สองชั่วโมงเท่านั้นเอง”

 

 

พูดเสร็จ อีกฝ่ายเพียงแค่ยิ้ม และราวกับรู้ใจ อวี้เหวินโจวช่วยทำสรุปเนื้อหาและเก็งข้อสอบให้กับเขา โดยที่หวงเส้าเทียนยังไม่ได้เอ่ยปากขอ

 

พวกเขาเข้าห้องสอบไปพร้อมๆกัน คราวนี้ทั้งสองได้นั่งข้างกัน หวงเส้าเทียนทำข้อสอบได้บ้างไม่ได้บ้างเพราะมีบางส่วนที่ไม่ได้จำ แต่โดยรวมการติวเร่งรัดของอวี้เหวินโจวก็ช่วยเขาได้อีกเช่นเคย แถมข้อสอบอาจารย์ก็ออกช่วยนักศึกษาด้วย

 

 

 

เขาทำข้อสอบเสร็จแล้ว แต่เขายังไม่ไปส่ง

 

 

 

ถ้าเขาไปส่ง

 

 

เขาก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสอีกมั้ย ที่จะได้นั่งใกล้ๆกับอวี้เหวินโจวแบบนี้

 

 

 

 

ตลอดหนึ่งเทอมที่ผ่านมา ที่ได้พบกับอวี้เหวินโจว

 

 

 

วิชาใหม่

 

เพื่อนใหม่

 

ความรู้สึกแปลกใหม่

 

 

 

 

หวงเส้าเทียนนั่งอยู่ในห้องสอบ ซึมซับกับบรรยากาศนี้ให้มากที่สุด

 

 

ภาวนาในใจไม่ให้อวี้เหวินโจวลุกก่อนเวลา

 

 

 

 

นึกย้อนถึงเรื่องเก่าๆ

 

 

ทุกครั้งที่เขาอยู่กับอีกฝ่าย เขาจะรู้สึกสบายใจ

 

 

 

 

แปลกดี …

 

 

เสพติดความรู้สึกนี้เข้าให้ซะแล้ว

 

 

 

 

ทว่า

 

 

มันคงหมดเวลาแล้วล่ะ

 

 

 

 

 

11.00 น. หมดเวลาทำข้อสอบ

 

 

 

อวี้เหวินโจวไม่ได้ลุกก่อนเวลา อีกฝ่ายรอจนหมดเวลาสอบเหมือนกับเขา หวงเส้าเทียนจึงลุกไปส่งข้อสอบพร้อมๆกัน พวกเขาสองคนสุดท้าย ในที่สุดก็ออกมาจากห้องสอบ

 

 

“อวี้เหวินโจว”

 

 

หวงเส้าเทียนเรียก อวี้เหวินโจวหันกลับมา

 

 

“ขอบคุณ สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาในเทอมนี้นะ ฉันรู้สึกโชคดีมากที่มาเจอกับนาย ไม่นึกว่าวิชาที่ลงมาตายเอาดาบหน้าแบบนี้ จะทำให้ฉันได้เจอกับเพื่อนที่ดีอย่างนาย ขอบคุณจริงๆ แล้วก็ …”

 

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ”

 

 

ลมฤดูร้อนพัดผ่าน กิ่งไม้พลันสั่นไหว แสงเงาที่ตกกระทบบนระเบียงทางเดินขยับไปมา ขัดกับเสียงจักจั่นที่ร้องระงม

 

 

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน ดีใจที่ได้เจอกับนายนะ”

 

 

อีกฝ่ายตอบกลับมาเพียงประโยคสั้นๆและรอยยิ้ม แต่แค่นี้ก็ทำให้เขายิ้มตามได้แล้ว

 

 

หวงเส้าเทียนไม่ได้ถามช่องทางการติดต่อ เพราะเขาได้เดิมพันกับสิ่งหนึ่งไว้ หากไม่สำเร็จ เขาก็คิดว่าเขาคงจะเก็บมันไว้เป็นเพียงความทรงจำดีๆ ครั้งหนึ่งในชีวิต

 

 

พวกเขาบอกลาและแยกย้ายกัน หวงเส้าเทียนสอบครบทุกวิชาแล้ว เขากลับไปเก็บของที่หอพัก เตรียมตัวกลับบ้าน

 

 

หวังว่าสิ่งที่เขาทำไว้มันจะได้ผลนะ

 

 

 

 

11.01 น. วันต่อมา

 

 

 

1 Friend request

 

Yu Wenzhou

Confirm or Delete ?

 

 

 

 

ส่วนคำตอบก็คือ …..

 

 

 

 

====================================================================

 

Talk : ยังไม่ตายนะคะ ตอนนี้แค่ปางตายค่ะ T_________________T

ช่วงนี้หายสาบสูญไปเลยค่ะ เข้ามาส่องแท็กอวี้หวงแปปๆก็จากไป ไม่ได้ส่อง TL เลย

เพราะอาทิตย์ก่อนนี้ชีวิตตกต่ำมากๆ แย่จนไม่อยากทำอะไร อารมณ์อยากจะติ่งก็หายไปหมด

แต่ตอนนี้ก็ถือว่าดีขึ้นกว่าเดิมแล้ว ยังไงก็ขอบคุณสำหรับอาหารอวี้หวงด้วยนะคะ

ขอโทษด้วยที่ไม่ได้ไปคอมเม้นต์ให้ใครเลย แต่อยากจะบอกตรงนี้ว่าช่วยเยียวยาสภาพจิตใจได้มาก

คงผลุบๆโผล่ๆแบบนี้ไปก่อนสักระยะ เจอ งานราษฎร์ งานหลวง เข้ามารุมเร้าด้วยค่ะ TvT

Advertisements

3 thoughts on “[QZGS][AU][SF] 11.01 [YuHuang]

  1. นี่คืออะไร เส้าเทียนนี่อ่อยทางอ้อมเรอะ!? ชอบความพยายามเนียนเข้าหากันของสองคนนั้อะ กำลังคิดว่าพี่อวี้นี่แอบส่องเฟสน้องบ้างหรือเปล่า ไม่รู้สินะ
    เป็นกำลังใจให้นะคะ แอบซุ่มอ่านคู่นี้มาเกือบจะทุกตอนแล้ว 555555 ขอให้งานผ่านพ้นไปด้วยดีนะคะ

    Liked by 1 person

    1. ขอบคุณมากเลยนะคะ TvT ไม่แน่ใจว่าจะเห็นหรือยังแต่มีพาร์ทต่อไปของพี่อวี้ด้วยค่า ><

      Like

      1. เราเพิ่งเห็นหลังกดส่งค่ะ 5555 สองคนนี้น่ารักมาก ชอบความพยายามเนียนของเส้าเทียน ที่อยู่ในสายตาของพี่อวี้ตลอด หลังจากนี้รุกตรงๆได้แล้วเนาะ😂

        Liked by 1 person

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s