Quan Zhi Gao Shou

[QZGS][AU][SF] ครอบครัว [YuHuang]

Fandom : Quan Zhi Gao Shou

Pairing : Yu wen zhou x Huang shao tian

Rated : PG

Alternative Universe : Omegaverse

ตอนที่ 1 [QZGS][AU][SF] ปกป้อง [YuHuang]

ตอนที่ 2 [QZGS][AU][SF] ความสุข [YuHuang]

ตอนที่ 3 [QZGS][AU][SF] ฮวนฮวน [YuHuang]

ตอนที่ 4 [QZGS][AU][SF] รอยกัด [YuHuang]

===================================================================

 

 

วันเวลาผ่านไป เสี่ยวฮวนยิ่งโตขึ้น จนตอนนี้อายุได้ประมาณ 4 ขวบแล้ว แต่กลับเป็นที่กลัดกลุ้มใจของคุณแม่อย่างหวงเส้าเทียนเป็นอย่างมาก

 

ลูกชายคนนี้เขาชักจะเหมือนคุณพ่อขึ้นทุกวันๆ !

 

 

ตั้งแต่รอยยิ้ม ความสุภาพอ่อนโยน ความเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ควรพบตั้งแต่วัยเด็กๆ ทำเอาหวงเส้าเทียนกลับไปคิดว่าหรือจะเป็นเพราะวัยเด็กของตนนั้นแสบซ่าเกินไป แค่ 3-4 ขวบก็หัดปืนต้นไม้แล้ว ส่วนเด็กคนนี้ทำอะไรนะหรือ ?

 

อ่านหนังสือ ! อ่านหนังสือที่มีตัวอักษรขยุกขยุยยุบยับเต็มไปหมด

 

กว่าเขาจะสามารถแตะหนังสือเองได้ ก็นู่นอายุ 10-11 ขวบก่อน พอเขาเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับคุณพ่อดันได้คำตอบกลับมาว่า

 

“เอ๋ ไม่ใช่เรื่องปกติเหรอ ?”

 

หวงเส้าเทียนจนปัญญา มันไม่ปกติเฟ้ยยยยยย เด็ก 4 ขวบที่ไหนจะมาอ่านสามก๊กฉบับเต็มกัน ! พอเถียงไปแบบนั้นอวี้เหวินโจวก็ตอบกลับว่า

 

“นั่นสินะ ! คงต้องซื้อหนังสือฉบับเด็กอ่านให้ก่อน ฉบับผู้ใหญ่ของป่ะป๊าคงยากเกินกว่าเสี่ยวฮวนจะอ่านได้”

 

คุณแม่อย่างเขามาเจอคุณพ่อแบบนี้ได้แต่เอามือก่ายหน้า ป่ะป๊าจะสร้างปิศาจตั้งแต่ตอนนี้เลยเหรอ .. ไม่เคยได้ยินหรือไงว่าถ้าอ่านสามก๊กจบสามรอบเป็นคนคบไม่ได้น่ะ ว่าแล้วก็สงสัยว่าอวี้เหวินโจวอ่านสามก๊กจบไปกี่รอบแล้ว

 

แต่เอาเข้าจริง เสี่ยวฮวนดูเป็นเด็กที่มีความสุขมากๆ และยังนำความสุขมาให้ทั้งครอบครัว อย่างวันนี้ก็เช่นกัน

 

 

หวงเส้าเทียนพาเสี่ยวฮวนไปเดินเล่นในตอนเย็น เขาพาเสี่ยวฮวนไปวิ่งเล่นในสนามเด็กเล่น ส่วนตัวเองก็นั่งเฝ้ามองอยู่ห่างๆ

 

แต่แล้วเสี่ยวฮวนก็วิ่งหกล้ม เมื่อเห็นดังนั้นคุณแม่อย่างเขาก็วิ่งปรี่เข้าไปหาทันที พบว่าลูกชายของเขาหัวเข่าถลอก เลือดไหลออกมา ดีที่ว่าอวี้เหวินโจวกำชับให้เขาพกพลาสเตอร์ติดตัวไว้ จึงพาไปล้างและทำแผล

 

แต่ที่แปลกใจคือ ตั้งแต่หกล้มมาเสี่ยวฮวนไม่ร้องไห้แม้แต่น้อย น้ำตาสักหยดก็ไม่มี หวงเส้าเทียนกลับยิ่งเป็นห่วง

 

ระหว่างทำแผลเขาก็บ่นตามประสาคุณแม่และอดีตฉายาจอมฝอย

 

“เสี่ยวฮวน เวลาหกล้มจะร้องไห้ก็ได้นะ ถ้ารู้สึกเจ็บ รู้สึกเสียใจ หรือ รู้สึกดีใจ การร้องไห้มันเป็นเรื่องปกติ”

“แต่เสี่ยวฮวนไม่ได้เจ็บมากนะ หม่าม้า แค่นี้เองเสี่ยวฮวนทนได้ ไม่เห็นจำเป็นต้องร้องไห้เลย”

 

ลูกของเขาตอบกลับมา หวงเส้าเทียนได้แต่ถอนหายใจ เด็กคนอื่นๆที่เห็นแค่หกล้มนิดหน่อย ถึงเลือดจะไม่ออกก็ร้องไห้แล้ว แต่เด็กคนนี้ช่างโตเป็นผู้ใหญ่ตั้งแต่ยังเด็กเลยจริงๆ

 

“คล้ายกับป่ะป๊ามากเลย”

 

เขาพึมพัมออกมา แต่ลูกชายของเขาได้ยิน เลยถามต่อว่า

 

“ป่ะป๊าก็ไม่ร้องไห้แบบเสี่ยวฮวนเหรอ ?”

 

ฮวนฮวนจ้องไปที่คุณแม่ของเขาด้วยแววตาใสซื่อ หวงเส้าเทียนคิดถึงเรื่องในอดีตที่เคยเกิดขึ้น จึงปฏิเสธไป

 

“เปล่า..”

 

“งั้นป่ะป๊าก็เคยร้องไห้เหรอหม่าม้า ?”

เสี่ยวฮวนยังคงถามต่อไปด้วยความสงสัย

 

“ใช่ !”

 

หวงเส้าเทียนตอบแล้วหลุดขำออกมา เขาปิดพลาสเตอร์ จากนั้นจึงลุกขึ้น ส่งมือมาให้ลูกชายจับ

 

“ตอนไหนเหรอหม่าม้า เสี่ยวฮวนอยากรู้”

 

“ตอนที่เสี่ยวฮวนเกิดมาไง !”

 

เขายิ้มกว้าง ตอบไปอย่างมีความสุข เมื่อคิดถึงเรื่องนั้นทีไร ก็อดที่จะสุขใจไม่ได้เลย น้ำตาของอวี้เหวินโจวในครานั้นน่ะ !

 

หลังกลับมาถึงบ้าน เขาก็พบว่าอวี้เหวินโจวเพิ่งล้างรถเสร็จ ก็ทักทายกันตามประสา แล้วกลับไปเตรียมอาหารเย็น เสี่ยวฮวนเป็นคนกินง่าย ไม่ว่าจะทำอะไรให้ก็กินได้หมด ผักก็ไม่เคยเขี่ยทิ้งเหมือนเขา หวงเส้าเทียนก็อดจะกังวลใจไม่ได้ หรือเขาจะคิดมากไปเองนะ

 

หลังจากกินข้าวเสร็จ หวงเส้าเทียนอยู่ล้างจานต่อ เสี่ยวฮวนเดินเข้ามาหาเขา แล้วเรียกให้เขาก้มหน้าลง

 

“หม่าม้าๆ ก้มหน้าลงมาหน่อย เสี่ยวฮวนมีอะไรจะบอก”

 

“ว่าไงล่ะ เสี่ยวฮวนมีอะไรจะบอกหม่าม้างั้นเหรอ ?”

 

หวงเส้าเทียนปิดก๊อกน้ำ แล้วย่อตัวลงมา เสี่ยวฮวนส่งยิ้มให้เขา ทำเอาเข้านึกถึงรอยยิ้มของคนพ่อทันที รอยยิ้มแบบนี้ นี่มันต้องมีอะไรแอบแฝงแน่ๆ !

 

ฮวนฮวนเดินเข้ามาหอมแก้มเขาแล้วบอกว่า

 

“ป่ะป๊าฝากมา !”

 

 

หลังจากนั้นก็รีบวิ่งกลับไปหาคุณพ่อในห้องนั่งเล่น หวงเส้าเทียนหน้าแดงเพราะความเขินได้แต่ตะโกนกลับไปว่า

 

“เสี่ยวฮวน โตขึ้นอย่าเป็นอย่างป่ะป๊าเด็ดขาดนะ !”

 

ฮวนฮวนที่กลับมาหาอวี้เหวินโจวในห้องนั่งเล่น ก็นั่งบนโซฟาข้างๆคุณพ่อที่กำลังอ่านหนังสือ เขาได้ยินที่คุณแม่พูดแต่ก็ไม่สนใจอะไร ตัวเขาออกจะนับถือ ชื่นชมคุณพ่อด้วยซ้ำไป

 

อวี้เหวินโจวที่อ่านหนังสืออยู่ก็ได้ยินที่หวงเส้าเทียนตะโกนพูด จึงหันมาบอก

 

“อย่าไปฟังที่หม่าม้าเขาพูดนะ เสี่ยวฮวน”

 

พวกเขาสบตากันแล้วยกยิ้มขึ้นมา เป็นอันว่ารู้กัน !

 

 

ตกดึกหลังจากส่งเสี่ยวฮวนเข้านอนแล้ว ฝนก็กระหน่ำเทลงมา อวี้เหวินโจวนั่งอ่านหนังสือตรงที่ประจำของเขา ข้างๆมีหวงเส้าเทียนนั่งดูโทรทัศน์อยู่ พอได้ยินเสียงฝนก็อดจะพูดล้อไม่ได้

 

“ฮ่าๆๆๆ ที่นายล้างรถไปวันนี้ ก็เสียเปล่าไปหมดแล้ว !”

 

พวกเขาบางครั้งคุยกันก็กลับมาใช้สรรพนามเรียกกันเหมือนเมื่อก่อน อวี้เหวินโจวชินกับอะไรแบบนี้นานแล้ว เขาหัวเราะแล้วตอบกลับไป

 

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ฝนก็หยุดตก อีกอย่างรถก็จอดในโรงจอดรถนะ ไม่เป็นอะไรหรอก”

“เหรอๆ งั้นก็ค่อยยังชั่ว ไม่งั้นเสียทั้งแรง เสียทั้งเวลาไปฟรีๆเลย เอ้อ ค่าน้ำอีก”

 

หวงเส้าเทียนหัวเราะ เขารู้สึกถึงสายตาที่อวี้เหวินโจวมองเขาอยู่ พอเขาสบตาอีกฝ่ายก็ยิ้มให้ เป็นรอยยิ้มที่มีความสุขจริงๆ จากประสบการณ์อยู่ด้วยกันมาเกิน 10 ปีแล้ว เขาสามารถแยกแยะรอยยิ้มของอวี้เหวินโจวได้ รอยยิ้มไหนเป็นเพียงยิ้มมารยาท รอยยิ้มไหนเป็นรอยยิ้มที่มีความสุข แต่เขาอดที่จะคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้เลยว่า ทุกๆรอยยิ้มที่อวี้เหวินโจวมอบให้เขาน่ะ คือรอยยิ้มที่มีความสุขจริงๆ ไม่ผ่านการเสแสร้งหรือปรุงแต่งใดๆทั้งสิ้น

 

เมื่อก่อนเขาเคยสงสัยว่าทำไมคนอย่างอวี้เหวินโจวถึงเป็นอัลฟ่าได้ แต่ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว ถ้าอวี้เหวินโจวไม่ใช่อัลฟ่าสิจะแปลกมาก เพราะอีกฝ่ายเป็นคนที่หนักแน่นและสุขุมขนาดนี้ แค่อยู่ใกล้ๆก็ทำให้รู้สึกสบายใจได้ ต่างกับเขาที่ชอบทำอะไรอิสระตามใจ เอาแน่เอานอนไม่ได้เลย

 

“มองอะไรของนายน่ะ เห็นจ้องมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว”

 

หวงเส้าเทียนพอถูกจ้องนานๆก็เริ่มรู้สึกเขิน

 

“มองหม่าม้า !”

 

อวี้เหวินโจวตอบแล้วลูบหัวอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดู หวงเส้าเทียนหลบหน้าด้วยการซบลงที่อกของอวี้เหวินโจว ก็ได้ยินเสียงจังหวะหัวใจเต้น พลันรู้สึกอิ่มเอม เลยเงยหน้าขึ้นมา ชวนเปลี่ยนเรื่องคุย

 

“นี่ ฉันรู้สึกเป็นกังวลกับเสี่ยวฮวนน่ะ ยิ่งโตแล้วรู้สึกว่ายิ่งเหมือนกับนาย อย่างวันนี้หกล้มก็ไม่ร้องไห้ ปกติก็เป็นคนไม่เลือกกิน อยู่กับอะไรก็ทนได้หมด ถามหน่อยในชีวิตนายไม่เคยรู้สึกอึดอัดหรือลำบากใจบ้างเลยเหรอ ?”

 

“ก็ไม่นะ”

 

อวี้เหวินโจวครุ่นคิดสักพักตอบกลับมา

 

“แล้วมีอะไรที่นายเกลียดบ้างเนี่ย ฉันล่ะสงสัยจริงๆ”

“ไม่มีหรอกนะ บนโลกนี้น่ะ”

 

หวงเส้าเทียนถามต่อ แต่พอได้คำตอบกลับมาก็กลืนน้ำลาย ต้องเอามาย่อยต่อว่า ที่หมายความว่าบนโลกนี้ไม่มีอะไรที่เขาเกลียด แปลว่าสิ่งที่เขาเกลียดโดนกำจัดไปหมดแล้วหรือเปล่า .. ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย

 

“แล้วสิ่งที่นายทนไม่ได้ล่ะ ?”

 

“ชีวิตที่ขาดนาย”

 

เขาไม่มีความคิดจะถามต่อแล้ว ทำไมอวี้เหวินโจวยิ่งนานเข้ายิ่งเป็นคนแบบนี้ ทำให้เขาแพ้ทางตลอด เขาหยิบหมอนอิงมากอดแล้วซุกหน้าลงไป อวี้เหวินโจวหัวเราะหึหึ เป็นจังหวะเดียวกับที่เสี่ยวฮวนเดินลงมาจากชั้นสอง ทั้งคู่เห็นก็แปลกใจ

 

“ป่ะป๊า หม่าม้า เสี่ยวฮวนตื่นขึ้นมาเพราะเสียงฝน แล้วเสี่ยวฮวนก็นอนไม่หลับ”

 

ฮวนฮวนเดินขยี้ตาลงจากบันได เมื่อเห็นดังนั้นทั้งคู่เลยตัดสินใจเข้านอนพร้อมกับลูกชายของเขาเลย พวกเขามีห้องนอน 2 ห้อง ปกตินอนแยกกัน แต่หากคืนไหนเสี่ยวฮวนนอนไม่หลับก็จะมานอนรวมกันแบบคืนนี้

 

“มาๆ เสี่ยวฮวนไปรอที่ห้องเลยนะ เดี๋ยวหม่าม้ากับป่ะป๊าจะตามขึ้นไป”

 

ลูกชายพยักหน้าแล้วขึ้นไปรอที่ห้องของเขา ส่วนพ่อแม่ก็เก็บของปิดไฟ ปิดโทรทัศน์แล้วตามขึ้นไปนอนด้วย

 

เสี่ยวฮวนมุดตัวมาแทรกกลางระหว่างพวกเขาแล้วจับมือ สักพักก็หลับไป อวี้เหวินโจวพลิกตัวแล้วมากระซิบบอกกับหวงเส้าเทียน

 

“หม่าม้ายังจำคำพูดที่เมื่อก่อนเคยบอกได้มั้ย ว่าจะทำให้ทุกวันมีความสุข ขอบคุณนะ ตอนนี้ป่ะป๊ามีความสุขมากๆเลย !”

 

อวี้เหวินโจวยิ้มให้ ถึงจะอยู่ในความมืดแต่หวงเส้าเทียนก็รู้ถึงความรู้สึกดีๆที่ส่งผ่านมาให้ ทำเอาเขายิ้มตามไปด้วย

 

“แน่นอน ! ป่ะป๊าก็ปกป้องและดูแลมาอย่างดีโดยตลอดนะ ตอนนี้ไม่ใช่แค่หม่าม้าคนเดียว ยังมีเสี่ยวฮวนอีกคนด้วย”

 

พวกเขากระซิบกันแล้วหัวเราะเบาๆ ตอนนี้ช่างสุขใจเหลือเกิน ..

 

“อยากได้ลูกสาวอีกสักคนจังน้า !”

 

อวี้เหวินโจวเปรยๆ หวงเส้าเทียนก็เข้าใจความหมายทันที

 

“หยุดความคิดเลยนะ เสี่ยวฮวนอยู่ด้วย !”

 

“งั้นไว้วันหลังละกันเนอะ !”

 

เขาเอามืออีกข้างที่ยังว่างลูบหลังคอตรงรอยสักของหวงเส้าเทียน จากนั้นเปลี่ยนมาจับมือและดึงมาจูบที่แหวนบนนิ้วนางของอีกฝ่าย ก่อนนอนพวกเขาส่งยิ้มให้กันแล้วจึงค่อยหลับไป

 

ราตรีสวัสดิ์นะ.. วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่มีความสุขมากๆเลย

 

===================================================================

 

Talk : ฮรืออออออออ จบซะทีค่ะ ! รีบเข็นออกมาก่อนที่พรุ่งนี้จะนอนตายหมดสภาพ

เพราะคราวก่อนที่ไปผ่าฟันคุดนี้ปวดไปตลอด 7 วันเลย พอตัดไหมอาการถึงค่อยดีขึ้น

(เป็นเพราะฟันเราเป็นแบบผ่ายากด้วยค่ะ ตอนนั้นโดนตัดไป 5 ท่อนเลย TT)

ต้องขอบอกหน่อยว่าทุกอย่างของ AU นี้ เริ่มต้นด้วยประโยคที่ว่า

“อย่าไปฟังที่หม่าม้าเขาพูดนะ ลูก” ของอวี้เหวินโจว

แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่รู้จะไปใส่ใน One shot อันไหนดี เลยได้แต่พิมพ์ค้างไว้

พอไปค่ายเลยมีเวลาว่าง เอาเวลานั่งสมาธินี่แหละมานั่งคิดพล็อต /ฟุ้งมาก 55555

ตอนนี้ใช้เวลาเขียนนานที่สุดแล้ว เพราะเขียนไปต้องไปนั่งพักสงบจิตใจ จะน่ารักเกินไปแล้ว TT

ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนจบนะคะ ♥

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s