Yuri on Ice

[YOI][AU][One Shot] Color Blindness [SeungChuchu]

Pairing : SeungChuchu

Rated : PG

Alternative Universe : Ophthalmologist

 

 

=====================================================================

 

หลังจากที่ทั้งคู่ทำข้อตกลงกันว่า

พิชิตจะมาส่งข้าวให้ทุกเช้า-เย็นทั้งเดือนนี้

แทนค่าวัคซีนที่ซึงกิลออกให้ เขาก็ซื้อปิ่นโตมาใช้แทนถุงพลาสติก

เพราะทั้งสะดวกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า

 

 

ในตอนเช้า พิชิตจะกดกริ่งเรียกเขามารับปิ่นโตสำหรับมื้อเช้า

และเขาก็จะนำปิ่นโตสำหรับมื้อเย็นให้พิชิต

พอถึงตอนเย็น พิชิตจะเอาปิ่นโตสำหรับมื้อเย็นมา

และเขาจะให้ปิ่นโตสำหรับมื้อเช้า สลับเวียนไปแบบนี้เรื่อยๆ

 

 

สำหรับเมนูอาหาร เขาขออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ผัก !

แต่พิชิตก็ยังแอบใส่ผักที่ไม่ใช่ผักใบเขียวมาให้เสมอ

 

 

เวลาเจอกันทีไร พิชิตก็มักจะบ่นกับเขาตลอด

‘คุณหมอเป็นหมอจริงๆเหรอ ทำไมไม่ดูแลสุขภาพตัวเองบ้างเลย’

 

 

ช่างเขาเถอะน่า ! เพื่อนหมอรุ่นเดียวกันของเขาคนหนึ่ง

ยังสูบบุหรี่จัด แถมตัดปัญหากังวลเรื่องมะเร็งปอด

ด้วยการไม่ไปตรวจซะเลย จะได้ไม่ต้องวิตกกังวลกับเรื่องนี้ !

 

 

และแล้ววันนี้ก็เป็นวันครบกำหนดนัดฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ของพิชิต ..

ลูกเจ้าของร้านอาหารมาเร็วกว่าเวลาปิดคลินิกของเขาเล็กน้อย

จึงยังมีคนไข้เหลืออยู่คนหนึ่ง แต่เจ้าตัวก็ฆ่าเวลา

โดยการหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่น

 

 

ตอนนี้เขากำลังตรวจคนไข้คนนั้น ..

และดูท่าว่าเด็กนักเรียนชายคนนี้จะมีปัญหา ..

 

 

“ลองอ่านตัวเลขจากภาพเหล่านี้หน่อยครับ”

 

 

เขาให้น้องคนนี้ลองอ่านตัวเลขจากแผ่นภาพ Ishihara test

ซึ่งใช้สำหรับตรวจวัดตาบอดสี

 

แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าน้องคนนี้อ่านไม่ได้น่ะสิ ..

 

 

“คุณหมอคะ ลูกชายของดิฉันเป็นอย่างไรบ้างคะ”

 

 

บุคคลที่เป็นคุณแม่ของน้องคนนี้แสดงอาการเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด

แต่ทว่า .. เขาคงจะต้องแจ้งให้คุณแม่ทราบ

 

 

“จากการทดสอบเมื่อสักครู่คาดว่า

ลูกชายของคุณอาจจะมีความผิดปกติทางการมองเห็นภาพสีแดง-เขียวครับ”

 

 

คุณแม่ของเด็กชายคนนั้นหน้าซีด

และเด็กก็ตกใจไม่แพ้กัน แล้วเริ่มโวยวาย

 

 

“ตอนดิฉันตรวจ ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย

แล้วลูกชายของดิฉันมีโอกาสเป็นได้อย่างไร !”

 

 

“โรคนี้เกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางยีนส์ด้อยของโครโมโซม X ครับ

ซึ่งหากจะเกิดกับผู้หญิงต้องได้ยีนส์ด้อยทั้งสองตัวมาเจอกัน

แต่สำหรับผู้ชายนั้นถ้าได้ยีนส์ด้อยเพียงแค่ตัวเดียว

ก็สามารถเกิดอุบัติการณ์ของโรคได้”

 

 

อีซึงกิลอธิบายเรื่องโรคตาบอดสีให้กับคนไข้แม่ลูกคู่นี้

โรคที่เกี่ยวข้องกับยีนส์ด้อย มักมีปัญหาข้าม Generation

พ่อแม่ ไม่เป็น แต่ลูกเป็น เกิดขึ้นได้บ่อยๆเลย

 

 

“ขอร้องนะคะคุณหมอ ช่วยออกใบรับรองว่าเด็กคนนี้

มีการมองเห็นปกติดีทีค่ะ”

 

“เด็กคนนี้อนาคตไกลนะคะ”

 

 

คุณแม่ของเด็กอ้อนวอนขอร้อง

แต่เขาก็คงไม่สามารถช่วยอะไรได้

 

 

“ขอโทษด้วยครับ ทางผมคงไม่สามารถทำได้”

 

“ทำไมล่ะคะ ไม่สงสารเด็กบ้างเหรอคะ?”

 

“………………………………..”

 

 

แล้วไม่สงสารหมอบ้างเหรอครับ !

หากปลอมใบรับรองแพทย์ จับได้ถึงขั้นติดคุกเลยนะครับ

 

 

“ยังไงต้องขอโทษด้วยนะครับ ผมคงไม่สามารถทำได้จริงๆ

แต่แนะนำให้คุณพาลูกชายไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกทีนะครับ”

 

 

“เพราะทางโรงพยาบาลจะมีเครื่องมือ farnsworth munsell 100

โดยจะให้เรียงลำดับเม็ดสี เป็นเครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบได้ดีกว่า

แผ่นภาพสี Ishihara test นะครับ”

 

 

“และอีกอย่าง หากลูกชายของคุณจะไปสมัครสอบ

ผมก็ไม่แน่ใจนะครับ ว่าทางมหาวิทยาลัยจะยึดตามใบรับรองแพทย์

ที่ออกโดยโรงพยาบาลของรัฐบาลอย่างเดียวหรือเปล่า”

 

 

 

ซึงกิลก็คงได้แต่เสนอแนะไป

โรคทางพันธุกรรมเป็นสิ่งที่แก้ไขและรักษายาก

 

 

 

หลังจากที่สองแม่ลูกกลับไป

พยาบาลที่ช่วยทำงานในคลินิกของเขาก็ขอตัวลากลับบ้าน

ตอนนี้จึงเหลือแต่ซึงกิลและพิชิตเพียงแค่สองคน

 

 

“น้องเขาจะเป็นยังไงต่อไปนะ”

 

ชายหนุ่มนั่งเงียบมองเหตุการณ์ตรงหน้ามานาน

เมื่อมีโอกาสจึงอ้าปากถาม

 

 

“ก็ไม่รู้สิ”

 

 

เขาไม่ทราบว่าเด็กชายคนนั้นจะเป็นอย่างไรต่อ

แต่บางสายอาชีพเขาคงไม่สามารถเลือกที่จะเรียนได้แล้ว

 

 

“อ๊ะ จริงด้วยผมเอาส้มมาฝาก”

 

 

อีกฝ่ายเปลี่ยนเรื่อง พอเห็นว่าเขาไม่ชอบผักก็เลย

หาของกินอย่างอื่นมาให้แทน

 

 

“ขอบคุณครับ พิชิต”

 

 

เนื่องจากว่ายังไงก็ต้องเจอกันทุกวันอยู่แล้ว

พอจะเรียกคุณพิชิต ก็ดูรู้สึกห่างเหินเกินไป

พิชิตเลยห้ามเขาเรียกว่าคำว่า ‘คุณ’ นำหน้า ให้เรียกแค่ ‘พิชิต’ ก็พอ

 

 

อีซึงกิลนำของที่ได้ไปเก็บในห้องครัว

จากนั้นก็เริ่มเตรียมฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ให้กับพิชิตที่นั่งรอในห้องตรวจ

 

 

 

น่าแปลก ..

คราวนี้กลับเป็นเขาที่เริ่มประโยคสนทนาก่อน

 

 

“ว่าแต่ทำไมวันนี้คุณมาที่คลินิกเร็ว”

 

 

“หลังจากที่วันก่อนฉีดวัคซีน แขนของผมรู้สึกไม่มีแรง

พอจะยกขึ้นก็เจ็บ กินพาราไปแล้ว อาการก็ดีขึ้น แต่ยังไม่หายหมด”

 

 

“ผมเลยยกกระทะไม่ไหว คุณแม่ก็เลยไล่ไปขายของหวาน

ซึ่งขายเสร็จตั้งแต่เย็นแล้ว พอจะมาช่วยรับออเดอร์ก็โดนไล่ไปพักผ่อนอีก ฮ่าๆ”

 

 

 

น่าจะโดนไล่ไปพักผ่อนจริงๆ

ดูจากชุดลำลองที่ใส่สบายๆอย่างนี้ คงอาบน้ำมาเรียบร้อยแล้ว

แต่สำหรับซึงกิลนั้น ยังไงทุกครั้งหลังกลับจากโรงพยาบาล

เขาก็ต้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ดี

 

 

“ลองใช้มือข้างซ้ายบีบมือของผมหน่อยสิครับ”

 

 

เขาอยากจะลองทดสอบว่าพิชิตมีแรงบีบแค่ไหน

แต่คนตรงหน้าเขาดันทำหน้าเหวอ เหมือนว่าเขาจะเนียนจับมือ

 

 

“วัดแรงบีบครับ ว่าคุณมีแรงเหลือมากแค่ไหน”

 

 

พอเขาพูดแบบนี้ พิชิตจึงยื่นมือมาบีบที่มือของเขา

แรงไม่ได้มีมากเท่าที่คิด แต่ก็ไม่ได้น้อยมากจนไม่มีแรง

 

 

พิชิตยังคงบีบมือของเขา ไม่ได้ปล่อย

ส่วนเขาก็ไม่รู้ทำไม ถึงไม่พูดออกไปให้เขาปล่อยมือได้แล้ว

 

จนเวลาผ่านไปไม่น้อย พิชิตถึงได้เอ่ยปากพูดขึ้นมา

 

 

“คุณหมอครับ ผมปล่อยมือได้ยัง ?”

 

“ครับ พิชิต

แรงของคุณพอมีเหลืออยู่บ้าง คิดว่าหลังจากนี้คงดีขึ้น”

 

 

อีกฝ่ายพยักหน้า เขาจึงกลับไปเตรียมวัคซีนต่อ

และคนๆนี้ก็ยังหลับตาตอนที่เขากำลังจะแทงเข็มลงไปเช่นเคย

เขานึกตลกดี เหมือนสัตว์ตัวน้อยที่กำลังสั่นงกๆ

 

 

“เสร็จแล้วนะครับ”

 

“ขอบคุณครับคุณหมอ”

 

 

พิชิตรีบเปลี่ยนท่าทีจากที่กลัวเข็มกลายเป็นเมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เขานึกสงสัยจึงถามขึ้นมา

 

 

“คุณกลัวเข็ม ?”

 

“เปล่าซะหน่อย !”

 

 

ชัดเจน .. กลัวเข็มแน่ๆ !

อีซึงกิลหัวเราะเบาๆ แล้วแกล้งเอามือไปโดนแขนข้างที่เพิ่งฉีดยา

 

 

“โอ๊ยยยย เจ็บนะครับคุณหมอ จะเล่นอย่างนี้ใช่มั้ย ? ได้ !”

 

“เปล่า พิชิต เมื่อกี้ไม่ได้ตั้งใจ”

 

 

เขารีบแก้ตัว แต่ก็ดูไม่เนียนสักเท่าไหร่

 

 

“แน่ใจนะ”

 

“จริงๆครับ”

 

 

พิชิตถามย้ำอีกครั้ง แต่เขาก็เนียนต่อไป

คนตรงหน้าหรี่ตาลงเล็กน้อย แสดงสีหน้าไม่ค่อยเชื่อถือ

 

 

“ครับ ผมจะเชื่อคุณหมอ”

 

 

คราวนี้พิชิตเปลี่ยนเป็นสีหน้ายิ้มร่า ดูมีเลศนัยมากกว่าเดิม

และดูเหมือนว่าลางสังหรณ์ของเขาจะถูกต้อง

เพราะในปิ่นโตวันถัดมา ..

 

 

ข้างในล้วนมีแต่ผักที่เขาไม่ชอบทั้งนั้น !

 

 

=====================================================================

 

Talk : ขอโทษค่ะที่ทิ้งช่วงห่างไปนานเลย TT

มาอธิบายเพิ่มเติมสำหรับตาบอดสีนะคะ

ส่วนใหญ่ตาบอดสีที่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรมจะเป็นบอดแดง-เขียว

แต่หากเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ การเสื่อมของประสาทตา

ก็อาจพบตาบอดสีน้ำเงิน-เหลืองได้ค่ะ

ส่วนตาบอดสีสนิทเห็นเป็นสีขาว-ดำ เป็นแรร์เคสที่หายากมากค่ะ

ที่พบเห็นได้บ่อยสุด คือเกิดมาจากพันธุกรรมค่ะ

 

เครื่องมือ Farnsworth Munsell 100 หน้าตาจะประมาณนี้

 

farnsworth-munsell100hue

โดยจะให้ผู้ทดสอบเรียงลำดับเฉดสี

ซึ่งคนทั่วไปก็มีโอกาสผิดพลาดได้ แต่จะผิดแบบใกล้เคียงกัน

ด้านหลังเม็ดสีจะมีตัวเลขกำกับ คนปกติอาจจะสลับแค่ 1 – 2 – 4 – 3

แต่หากมีความผิดปกติ ลำดับตัวเลขจะไม่ค่อยเรียงกัน เช่น 5 – 8 – 2 – 4

เครื่องมือนี้ตรวจสอบได้ชัดเจนเลย

 

ส่วน Ishihara Test คือแผ่นภาพตัวเลขที่ใช้กันบ่อยๆ

 

colorblind-test-image12

 

การทดสอบนี้บอกได้แค่ว่าบอดสีไม่บอดสี แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าบอดสีรุนแรงแค่ไหน

และอาจมีการผิดพลาดเพราะรีบอ่านได้

 

Advertisements

2 thoughts on “[YOI][AU][One Shot] Color Blindness [SeungChuchu]

  1. ช่าง…เป็นฟิคที่เต็มไปด้วยความรู้!

    ซึงเนียนนะคะ วู้วๆ ๆๆๆๆๆ ๆๆๆ~~~ เนียนจับมือหรา อิอิอิอิ///-\\\
    พิชิตพึ่งอาบน้ำมาต้องมีกลิ่นสบู่หอมๆบ้างล่ะ!

    ส่วนพิชิต…ช่างเป็ฯ…การเอาคืนที่เจ็บเเสบ 555555555555555555555555555555555555555

    Liked by 1 person

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s