Yuri on Ice

[YOI][AU][1/2] Rabies [SeungChuchu]

Pairing : SeungChuchu

Rated : PG

Alternative Universe : Ophthalmologist

 

 

=====================================================================

 

ณ ตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มกว่าๆ

 

 

อีซึงกิลปิดคลินิกของเขาแล้วนึกได้ว่า

เย็นนี้ตัวเองยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย ..

 

 

วันนี้เขาติดเคสผ่าตัดถึงสี่โมงเย็น

(จริงๆแต่ละเคสก็ไม่นานหรอก แต่จำนวนเคสที่มีมันเยอะ)

พอขับรถจากโรงพยาบาลกลับถึงคลินิกรถก็ติด

กว่าจะได้ถึงจริงๆก็เกือบจะห้าโมงแล้ว

เขาจึงไม่มีเวลากินข้าว เพราะรีบมาเปิดคลินิก

 

 

ดูท่าเขาคงจะต้องลองฝากท้องกับร้านนั่นสินะ ?

 

 

 

 

 

“ขอโทษด้วยนะครับพี่ชาย ร้านเรากำลังจะปิดแล้วครับ”

 

“………………………..”

 

 

 

อีซึงกิลเดินมาถึงก็พบกับประโยคนี้

อีกฝ่ายกำลังทำความสะอาดโต๊ะจึงไม่ได้หันหน้ามามองในตอนแรก

ใช่ ตอนแรกนะ .. แต่ตอนนี้หันมามองหน้าเขาแล้ว !

 

 

 

“อ้าว คุณหมอเองเหรอ สวัสดีครับ !”

 

“รอแปปนึงนะครับ เข้ามานั่งข้างในก่อนได้เลย”

 

 

 

เมื่อพอรู้ว่าเป็นเขา พิชิตก็เปลี่ยนอากัปกิริยาทันที

แถมเชื้อเชิญให้เข้ามาในร้านอีก

 

 

“คุณพ่อครับ เดี๋ยวผมขอรับลูกค้าอีกหนึ่งคนนะครับ !

เสร็จแล้วเดี๋ยวจะขึ้นไป~”

 

 

“แต่คุณกำลังจะปิดร้านแล้วไม่ใช่หรือครับ”

 

 

 

อีซึงกิลถามกลับ ถ้าอีกฝ่ายกำลังจะปิดร้านแล้ว

เขาก็ไม่อยากรบกวน ไปซื้อข้าวกล่องแช่เย็นจากร้านสะดวกซื้อก็ได้

 

 

 

“ไม่เป็นไรครับ คนกันเอง”

 

“คุณหมออยากกินอะไร สั่งมาได้เลย เดี๋ยวผมทำให้

แต่ของหวานไม่มีนะครับ เพราะหมดตั้งแต่ตอนเย็นแล้ว”

 

 

 

ชายหนุ่มฉีกยิ้ม ร้านอาหารตามสั่งแห่งนี้ ทำกันเป็นกิจการครอบครัว

ขึ้นชื่อว่าราคาคุ้มกับปริมาณ เราเน้นกับไม่เน้นข้าว

แล้วของหวานอย่างทับทิมกรอบและลอดช่องก็อร่อยมาก !

 

 

ซึงกิลใช้เวลาพิจารณาสักครู่

แล้วจึงสั่งเมนูโปรดของเขา เป็นเมนูที่พร้อมจะโดนก่นด่าได้ทุกเมื่อ ..

 

 

“กะเพราหมูไข่ดาว ไม่เผ็ดและไม่เอาผักครับ”

 

“………………………………”

 

 

พิชิตยิ้มค้าง … (แอบมียิ้มกระตุกนิดหน่อยด้วย)

ซึงกิลดูแล้วคิดว่าสมองเขาคงกำลังประมวลผลอยู่

 

 

 

“ขออีกทีได้มั้ยครับ”

 

“กะเพราหมูไข่ดาว ไม่เผ็ดและไม่เอาผักครับ”

 

 

 

ก็เขาอยากกินหมูในกะเพรา แต่ก็ไม่อยากกินกะเพรา

เขาไม่ชอบผัก เจอทีไรต้องเขี่ยทิ้งตลอด

แล้วเขาก็ไม่รู้ว่าถ้าจะสั่งแต่หมูเนี่ย ต้องสั่งว่าอะไร ?

 

 

 

“ได้ครับ เดี๋ยวผมทำให้ รอสักครู่นะครับ”

 

 

 

อีซึงกิลพยักหน้าให้ จริงๆเขาก็แอบคิดนะ

ว่าเขาน่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่ชวนปวดหัวให้กับพิชิตรึเปล่า ?

 

 

เขาดูพิชิตทำอาหาร ตั้งไฟ ใส่น้ำมัน ใส่กระเทียม

ใส่หมูสับลงในกระทะ จากนั้นปรุงรส และ …….

 

 

ใส่ใบกะเพรา !

 

 

ถ้าคนๆนี้หันหลังมาคงเห็นสีหน้าเขาที่กำลังตกใจแน่ๆ

กลิ่นใบกะเพราชวนให้แสบจมูกจนอยากจะจาม

ชั่วครู่หนึ่งก็จางหายไป

 

 

แต่แล้ว

ในตอนสุดท้ายพิชิตก็เอาส้อมมาเขี่ยใบกะเพราและกระเทียมทิ้ง ..

เขาตักข้าวสวยใส่จานเทผัดกะเพราที่ไม่มีใบกะเพรา

แล้วเขาก็เริ่มทอดไข่ดาวต่อ

 

 

 

“คุณหมออยากได้ไข่ดาวแบบไหนครับ ?”

 

 

“ไข่ขาวกรอบๆ ไข่แดงกึ่งสุกกึ่งดิบครับ”

 

 

“จัดไป ~”

 

 

 

เขากินแบบไหนก็ได้นะตามจริง แต่พอรีเควสได้แบบนี้

ก็ขอกินในแบบที่เขาชอบละกัน

 

 

หลังจากที่ทอดไข่เสร็จ

พิชิตก็นำข้าว ‘กะเพราหมูไข่ดาว ไม่เผ็ดและไม่เอาผัก’ มาเสิร์ฟ

 

 

 

“เสร็จแล้วคร้าบบบบ~”

 

 

“ขอบคุณมากครับ คุณพิชิต”

 

 

 

ซึงกิลรับประทานเสร็จภายในเวลาอันรวดเร็ว

เขาทั้งหิวและชินกับการกินข้าวเร็วอยู่แล้ว

สมัยก่อนช่วงอยู่เวร แทบไม่มีเวลาพักเลย

 

 

“คิดเงินด้วยครับ”

 

 

เขารวบช้อนส้อม หยิบกระดาษทิชชู่มาเช็ดปาก

แล้วยกน้ำที่พิชิตหยิบมาให้ตอนกำลังกินข้าวซดจนหมด

 

 

 

“ทั้งหมด 35บาท ครับ”

 

 

 

ราคาไม่ได้แพงเลยนี่ ..

ดูจากที่เขาได้หมูล้วนๆมาแบบนี้แล้ว

ตอนแรกคิดว่าราคาจะมากกว่านี้ซะอีก

 

 

 

“ไม่ต้องทอนนะครับ”

 

 

 

เขาหยิบธนบัตร 100บาท ยื่นให้

จริงๆก็เพราะเกรงใจด้วยที่มาตอนร้านใกล้จะปิดแบบนี้

 

 

 

“ร้านผมมีนโยบายไม่รับทิปครับ ฮ่าๆ นี่เงินทอนครับ”

 

 

ซึงกิลรับเงินทอนมาอย่างงงๆ

อ่าว .. แปลกดีเหมือนกัน

 

 

แล้วเขาก็สังเกตเห็นรอยถลอกแดงๆ บนแขนของพิชิต

เพราะเจ้าตัวผิวสีแทน ถ้าไม่มองดีๆ จะไม่เห็นรอยนี้เลย

 

 

 

“ไม่ทราบว่าแขนของคุณไปโดนอะไรมาครับ ?”

 

 

พิชิตมองไปที่รอยถลอกสีแดงบนแขนซ้ายของเขา

แล้วโชว์ให้คุณหมอดู

 

 

“อ้อ รอยนี่เหรอ .. เมื่อกี้เพิ่งโดนแมวจรจัดกัดครับ

มันพยายามจะมาขโมยปลา ผมเลยไล่มันไป

จู่ๆมันก็เข้ามากัดผมซะงั้น”

 

 

 

“คุณล้างแผลหรือยังครับ?”

 

 

 

ต่อมทำงานเริ่มปฏิบัติการซะแล้ว ..

 

 

 

“เอาน้ำล้างๆแล้วครับ

แต่เลือดไม่ออกคงไม่เป็นอะไรมากครับ”

 

 

“คุณควรจะใส่ยาฆ่าเชื้อ อย่าง เบตาดีน

ไม่ก็เอาแอลกอฮอล์มาเช็ดบริเวณรอบๆแผลนะครับ”

 

“เพราะไม่งั้นหากแมวตัวนั้นเป็นโรคพิษสุนัขบ้า

คุณอาจจะติดเชื้อก็ได้”

 

 

 

วันก่อนเขาเพิ่งคุยกับเพื่อนที่อยู่แผนกเวชศาสตร์ฉุกเฉิน

แล้วก็ได้ข้อมูลมาว่าส่วนใหญ่ที่มาฉีดวัคซีนกันพิษสุนัขบ้า

 

ไม่ใช่เป็นเพราะโดนหมากัดหรอก .. โดนแมวกัดต่างหาก !!

 

 

 

“ห้ะ แมวก็เป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้เหรอครับ

ผมนึกว่าจะมีแค่หมาเท่านั้นที่เป็นซะอีก !”

 

 

 

อา .. ประเทศไทย ..

ควรปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนได้แล้ว !

อีซึงกิลเริ่มอธิบายโรคพิษสุนัขบ้าอย่างคร่าวๆให้พิชิตฟัง

 

 

 

“โรคพิษสุนัขบ้า เกิดจากเชื้อไวรัส Rabies”

ซึ่งตัวนี้จะอยู่ในน้ำลายและสามารถเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางได้”

 

 

“เมื่อเชื้อเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางก็จะส่งผลต่อระบบกล้ามเนื้อ

เกิดอาการชา กระตุก ชัก เกร็ง กลืนน้ำลายลำบาก ควบคุมตัวเองไม่ได้”

 

 

“อ้อ อาการชา นี่ไม่ใช่ ชากาแฟ นะครับ”

 

 

“แหะๆ”

 

 

 

เขารีบพูดดักมุกคราวก่อนที่พิชิตเล่น

เจ้าตัวก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆ

 

 

 

“หากเชื้อไวรัสลุกลามไปมากๆ ก็จะขึ้นไปถึงสมอง

เพราะสมองก็อยู่ในระบบประสาทส่วนกลางเช่นเดียวกัน”

 

 

“และจะเกิดอาการหวาดระแวง วิตกกังวล สติฟั่นเฟือง ประสาทหลอน

จนถึงขั้นเสียชีวิตเนื่องจากเชื้อไปทำลายส่วนที่สำคัญของสมองจนหมด”

 

 

“ทีนี้ สิ่งมีชีวิตที่สามารถเป็นโรคนี้ได้

ก็คือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมทั้งหมด รวมถึงคนด้วย”

 

 

“แม้แต่หนูแฮมสเตอร์ก็เป็นได้เหรอครับ ?”

 

 

 

อีกฝ่ายสงสัยจึงถามขึ้นมา ดูท่าแล้วคงจะเลี้ยงสัตว์ชนิดนี้

 

 

 

“เป็นได้ ถ้าหากหนูตัวนั้นติดเชื้อ และก็สามารถส่งต่อเชื้อได้เช่นกัน

พวกหนู กระต่าย กระรอก แมว อะไรพวกนี้ จากการกัด แทะ เลีย”

 

 

“และถึงจะไม่เป็นแผลเลือดออก แต่หากมีรอยขีดข่วน

เชื้อก็สามารถผ่านรอยพวกนี้ เข้าไปได้ครับ”

 

 

“แล้วผมควรจะทำยังไงดี”

 

 

พิชิตเริ่มมีความกังวลขึ้นมา

ใครจะไปคิดว่าแค่โดนแมวกัดจะถึงขั้นเสียชีวิตได้ !

ซึงกิลดูจริงจังกับโรคนี้มากกว่าโรคตาอีก

 

 

 

“ขอผมดูแผลชัดๆหน่อยได้มั้ยครับ ?”

 

 

 

พิชิตยื่นแขนให้ซึงกิลพิจารณารอยแผล

อืม .. รอยกัดนี้ก็ไม่ได้ลึกจนถึงชั้นหนังแท้

เป็นแค่รอยถากๆบนผิวหนังชั้นนอกสุดเหมือนรอยข่วนมากกว่า

แต่อย่างที่กล่าวไป แค่รอยถลอกๆแค่นี้ก็สามารถติดเชื้อได้เช่นกัน

 

 

 

“แผลของคุณไม่ลึกมาก หากทำความสะอาดดีๆคงไม่ติดเชื้อ”

และถ้าแมวตัวนั้นไม่ติดเชื้อ คุณก็ไม่เป็นอะไรหรอก”

 

 

“แต่หลังจากนี้ 7 วัน

ผมแนะนำให้คุณจับตามองดูอาการของแมวจรจัดนั้นให้ดีๆ

ถ้ามันมีอาการซึมเศร้าขึ้นมา คุณก็ควรจะไปฉีดยากันไว้ก่อนครับ”

 

 

“ไม่มีวิธีอื่นแล้วเหรอครับ ?”

 

 

เขาถามกลับมา คงเป็นเพราะอยากทราบผลว่า

ตกลงตัวเองเป็นโรคนี้ใช่มั้ย ไม่อยากกังวลใจที่จะต้องรอ

 

 

“ก็มีนะครับ ตัดหัวแมวตัวนั้น แล้วเอาสมองไปส่องดูเชื้อ Rabies”

 

“………………………….”

 

 

 

คนตรงหน้าอึ้งกิมกี่ แต่มันเป็นอีกหนึ่งวิธีจริงๆนะเออ ..

 

 

 

“อืม… ยังไงก็ขอบคุณมากครับ คุณหมอ”

 

 

ชายหนุ่มพยายามฝืนยิ้มแต่ก็ยิ้มไม่ออกแล้ว

ในใจของเขาคงแทบอยากจะร้องไห้

คงต้องรอดูกันอีก 7 วันละกัน ..

 

 

 

หลังจากพูดคุยกันเสร็จ

ซึงกิลก็ขอตัวกลับคลินิกของเขา

ไปพักผ่อนเตรียมตัวสำหรับเช้าวันใหม่ในวันพรุ่งนี้ ..

 

 

 

และแล้วพอวันพรุ่งนี้มาถึง ข่าวร้ายก็บังเกิดขึ้นในตอนเย็น ..

 

 

“คุณหมอครับ ลูกค้าผมมาเล่าให้ฟังว่า

แมวจรจัดตัวนั้นเพิ่งถูกรถชนตายเมื่อเช้า”

 

 

“ผมควรจะทำอย่างไรดี !!”

 

 

=====================================================================

 

Talk : วันก่อนเพิ่งโดนหมากัดค่ะ เพราะหมาคิดว่าจะมาเล่นด้วย

แต่ชั้นไม่ได้อยากเล่นกับแกรรรรรร๊ ฮือออออออออ TT

ชั้นจะเดินไปแอดมือวิชานี้ ! (และพอไปถึงเพื่อนก็บอกว่าอาจารย์งดเซค TT)

สรุปเลยโดนหมากัดฟรี ต้อนรับปีใหม่

ถ้ารู้ว่างดเซคคงจะนอนเล่นอยู่ที่หอไปแล้ว ! แงงงงง

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s